Monday, October 7, 2013
เธอนั่นเอง Susan Bennett เจ้าของที่แท้จริงของเสียง Siri (รุ่นดั้งเดิมใน iOS 5 - iOS 6 ปัจจุบัน แอปเปิลเปลี่ยนเสียงแล้ว) ที่ทาง CNN ได้ไปสัมภาษณ์เจ้าของเสียง Siri ที่ใช้กันมานานมากกว่า 2 ปี ตั้งแต่ iPhone 4s ที่เป็นปริศนามานาน
เสียงของ Siri รุ่นดั้งเดิมนั้นถูกบันทึกในปี 2005 ที่บริษัท Scansoft (ตอนนี้เป็นตกเป็นของบริษัท Nuance แล้ว) เพื่ออัดเสียงให้กับโปรเจคลับของทาง GM Voices บริษัทที่รับทำ outsource ให้ กับทาง Nuance สำหรับ Susan Bennett อาศัยอยู่ในแอตแลนต้า อาชีพเป็นนักพากย์เสียง เธอเคยบันทึกเสียงเพื่อใช้ในตู้เอทีเอ็ม, บอกทางในสนามบิน Hartsfield-Jackson Atlanta International Airport, และระบบ GPS หลายตัว
ในตอนแรกแม้เจ้าตัวเอง ก็ไม่ทราบว่า เสียงของตัวเองนั้นจะเป็นเสียงของ Siri ที่ใช้กับ iPhone ให้กับบริษัท แอปเปิล โดยเธอรู้ตัวก็ต่อเมื่อเพื่อนของเธออีเมลมาถามว่า "เสียง Siri ใน iPhone 4s เป็น เสียงของเธอหรือเปล่า?" จากนั้นเธอได้ลองฟังเองจากเว็บไซต์ Apple.com ที่มีวีดีโอโปรโมท Siri และพบว่านั่นเป็นเสียงของเธอ
แม้จะไม่มีการยืนยันใด ๆ แถม The Verge ปล่อยบทความ "How Siri found its voice" ให้คนคิดไปว่าเสียง Siri เป็นของ Alison Dufty มาก่อนหน้านี้ จากแอปเปิลก็ตาม CNN ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เสียง มาเทียบเสียงของ Siri กับเสียงของ Susan ซึ่งคำตอบก็คือ มันเป็นเสียเดียวกันแน่นอน ช่วงที่ Susan อัดเสียงให้กับทาง Scansoft นั้นเธอต้องอัดเสียงวันละ 4 ชั่วโมงติดต่อกันนานเป็นเดือน
Monday, October 7, 2013 by GiZMo · 0
Monday, September 16, 2013
บริการ Siri หรือบริการสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ แอปเปิลoนเพิ่มเข้ามาใน iOS 5 พร้อมกับ iPhone 4s ในปี 2011 หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนช่วงแรกนั้น ลูกค้าไม่ค่อยปลื้มกับ Siri เท่าใดนัก เนื่องจากรองรับเพียง 3 ภาษา คืออังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน ส่วน การถอดข้อความจากภาษาอังกฤษ สำเนียงต่างๆ ทำได้ไม่ดี รวมทั้งประสิทธิภาพในการทำงาน
ยังไม่ดีนัก และแอปเปิลก็รู้ตัวดีว่า Siri ยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรนัก ชื่อแปะป้าย "beta" ให้กับ Siri ตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาในปี 2012 แอปเปิลก็พยายามปรับปรุงการทำงานของ Siri โดยต้นปี 2012 นั้นก็รองรับภาษา ใหม่เพิ่มอย่าง ภาษาญี่ปุ่น และเมื่อท้ายปี 2012 Siri ที่มาพร้อมกับ iOS 6 ก็รองรับภาษาหลายภาษา มากขึ้น
ส่วนใน iOS 7 นั้น Siri ก็ถูกแปลงโฉมใหม่หมด รวมทั้งมีฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ รวมทั้งทาง เลือกในการเลือกเสียง ของ Siri และแอปเปิลก็ทำสำเร็จกับการพัฒนาให้ Siri สามารถทำงานได้ อย่างรวดเร็ว ตอบสนองทันทีที่ใช้ รวมทั้งปัญหาเซิร์ฟเวอร์รวนต่างๆ ก็หมดไปแล้ว ดูเหมือนว่า แอปเปิล ใช้เวลา 2 ปีและ ได้ปลดป้าย "Beta" ให้กับ Siri เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ใช้คนไทย คงลุ้นกันต่อไปว่า แอปเปิลจะ รองรับการใช้งานในประเทศไทย และเพิ่มภาษาไทยให้กับ Siri ในอนาคตหรือเปล่า?
Monday, September 16, 2013 by GiZMo · 0
Tuesday, August 27, 2013
บริการเลขาส่วนตัวแสนอัจฉริยะ Siri ใน iOS นั้น แอบซ่อนอารมณ์ขันไว้อยู่บ้าง ทาง The Verge จึงเกิดไอเดีย ลองถาม Siri เดี่ยวกับ Google Glass อุปกรณ์ไฮเทคที่เป็นแว่นตาอัจฉริยะจากกูเกิล ด้วยการสั่ง Siri ว่า "Okay Glass" ซึ่งเป็นคำสั่งเรียกใช้งาน Google Glass นั่นเอง ผลที่ได้ Siri ก็ตอบ แบบเขม่น ๆ Google Glass ไว้ดังนี้
● "Just so you know, I don't do anything when you blink at me."
● "Stop trying to strap me to your forehead. It won't work."
● "I think that glass is half empty."
● "I'm not Glass. And I'm just fine with that."
● "Very funny. I mean, not funny "ha-ha," but funny."
● "Glass? I think you've got the wrong assistant."
Tuesday, August 27, 2013 by GiZMo · 0
Wednesday, June 26, 2013
แอปเปิล เปลี่ยนโฉม iOS 7 ใหม่ทั้งหมดซึ่งรวมถึง Siri ด้วย โดยใน iOS 7 beta 2 ก็ได้เพิ่ม ทางเลือกใหม่ ก็คือ Siri เสียงผู้ชาย โดยเราสามารถเลือกใช้ เสียงผู้หญิง (ซึ่งเสียงเปลี่ยนไป) หรือเสียงผู้ชายก็ได้
Wednesday, June 26, 2013 by GiZMo · 0
Tuesday, June 11, 2013
สรุปงาน WWDC 2013 : iTunes Radio,iCloud Keychain, iWork for iCloud, Siri in car บริการใหม่ที่เปิดตัวในงาน
[สารบัญ]
- แนะนำ iOS 7 ใหม่
- แนะนำ OS X Mavericks 10.9 ใหม่
- แนะนำ MacBook Air (Mid - 2013), MacPro, Time Capsule, Airport Extreme
- แนะนำ บริการใหม่ iTunes Radio, iCloud Keychain, iWork for iCloud, Siri in car
- วีดีโองาน WWDC 2013
นอกจากระบบปฎิบัติการใหม่ iOS 7 และ OS X Mavericks รวมทั้ง MacBook Air, Mac Pro แล้ว แอปเปิลก็ยังมีการเปิดตัวบริการต่าง ๆ ที่มาเสริมทัพด้วยอย่างเช่น iTunes Radio, iCloud Keychain, Siri in Car เรามาดูกันว่า บริการใหม่เหล่านี้ น่าสนใจอย่างไรบ้าง ?
iTunes Radio
บริการสตรีมมิ่งเพลง ที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะชื่อ iRadio แต่แอปปิลเรียกอย่างเป็นทางการว่า iTunes Radio เพราะเป็นส่วนหนึ่งใน iTunes นั่นเอง โดยจะผู้ใช้ iOS , OS X และ Apple TV ได้ใช้กัน แต่ในเบื้องต้น จะเปิดบริการในสหรัฐอเมริกาก่อน ในช่วงกันยายน ตุลาคมนี้ บริการ iTunes Radio นี่เป็นบริการฟรี แต่จะมีโฆษณาเสียง แทรก ระหว่างการฟังเพลง สำหรับผู้สมัคร iTunes Match ก็ใช้บริการนี้ฟรีแบบไม่มีโฆษณาได้เลย เรียกว่าแถมให้ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม สำหรับ ความฉลาดของ iTunes Radio นั้นจะทำการสำรวจ เพลงที่อยู่ในเครื่องของผู้ใช้ เพื่อพิจารณา ความชอบของผู้ฟัง และนำเสนอสถานีเพลงต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ และถ้าชอบเพลงไหน ก็สามารถซื้อต่อได้เลย
สำหรับสถานีนั้น มีมากถึง 200 สถานีเลยทีเดียว และนอกจากนี้ บางเพลงยังเป็นเพลงที่เปิดตัว เฉพาะทาง iTunes อีกด้วย ส่วนการแนะนำเพลงก็ใช้ประโยชน์ของ iTunes Genius และ song meta data iTunes Radio ยังสามารถใช้ได้ดีกับ Siri โดยสั่งให้ Siri “Play more music like this,” ”Play Jazz Radio”, หรือถาม “Who plays that song?” ก็ย่อมได้
Siri in car
iOS จะเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์สุดสมาร์ท สำหรับรุ่นปีหน้า ซึ่งที่ผ่านมา แอปเปิลก็มีข่าวจับมือ กับบริษัทผลิตรถยนต์ ในการรองรับ Siri ออกมาอยู่เรื่อย ๆ โดย Siri in car นี้จะเป็นจับใส่ iOS ไว้บนหน้าจอสัมผัสบนรถ แต่เป็นหน้าตาที่แตกต่างจาก iOS เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานบนรถ แอพที่มาสาธิตนั้น ก็มีทั้ง Phone, Radio, Message, Navigator ส่วนรถที่จับมือกับแอปเปิลนั้นก็มี Chevrolet, Honda, Mercedes-Benz, Nissan, Kia, Infiniti, Hyundai, Volvo, Jaguar, Ferrari และ Acura
iWork for iCloud
iWork for iCloud เป็นแอพพลิเคชั่นชุดออฟฟิศ ของแอปเปิล ที่เป็น web-app ใช้งานผ่าน iCloud.com แน่นอนว่ามีทั้ง Pages, Numbers, Keynote ซึ่งเราสามารถใช้จัดทำเอกสารออนไลน์ ผ่านบราวเซอร์ได้เลย เหมือนกับใช้ แอพบน OSX และ iOS ซึ่งมาแข่งกับ Google Docs เต็มๆ โดน iWork for iCloud นั้นรองรับไฟล์ของ Microsoft Office ด้วย และไม่ได้จำกัดต้องใช้กับ Safari browser เท่านั้น แต่รองรับบราวเซอร์ยอดนิยมทั้งหลายด้วย ตอนนี้เปิดให้นักพัฒนาได้ทดสอบกันแล้ว ส่วนราคา และรายละเอียดอื่น ๆ ทางแอปเปิลยังไม่ได้ให้ข้อมูล ส่วน iWork for iOS และ OS X รุ่นใหม่นั้น คาดว่าทางแอปเปิลจะมีการออกอัพเดตภายในปีนี้ เช่นกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.apple.com/iwork-for-icloud/
iCloud Keychain
เป็นฟีเจอร์ใหม่ของ iCloud คล้ายๆ กับแอพ 1Password นั่นเอง ที่ให้บริการเก็บรหัสผ่าน ของเว็บไซต์ หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลสำคัญ ที่เป็นความลับ โดยข้อมูลที่เก็บไว้นี้จะมีการเข้ารหัส เพื่อความ ปลอดภัยด้วย ซึ่งข้อมูลที่เก็บนี้จะ sync ข้ามกันไปมาได้
Tuesday, June 11, 2013 by GiZMo · 0
Saturday, June 8, 2013
อุตสาหกรรมรถยนต์ เริ่มสนใจเน้นเสริมความน่าสนใจของรถยนต์ของตนเองด้วย การใส่ ความไฮเทคเข้าไปในรถมากขึ้น จะเห็นว่าหลายๆ บริษัทรถตอบรับฟีเจอร์ Eyes Free บริการ Siri สำหรับรถยนต์ใส่ในรถของตนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ช่วงต้นปี ทางฮอนด้า, ฮุนได และเชพโรเล็ต ก็เตรียมออกรถที่ใช้ Eyefree กันแล้ว
ตอนนี้ทาง BMW ก็ประกาศความพร้อมในการใส่ Eyes Free เข้าไปในรถยนต์ของตัวเอง เช่นกัน โดยจะเป็นรถรุ่นปี 2014 เป็นต้นไป ซึ่ง BMW มีจะนำ Eyes Free เป็นฟีเจอร์มาตราฐานเลยทีเดียว นอกจาก Eyes Free จากทางฝั่ง แอปเปิลแล้ว ดูเหมือนกันว่า BMW ก็จะนำ S-Voice ของทางฝั่ง Samsung รวมเข้าไปด้วยใน เฟิร์มแวร์ iDrive ตัวใหม่ 4.2
ต่อไป รถ BMW ก็จะมีช่องให้ใส่ SIM Card เข้าไปในตัวรถเลย ซึ่งทำให้รถ BMW สามารถต่อเน็ตออนไลน์ เข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ต้องทำงานผ่านเน็ต ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยไม่ต้องง้อ สมาร์ทโฟน หรือแล็บ ท๊อปใด ๆ เลย
ส่วนรายละเอียดเต็มๆ สามารถอ่านได้ที่เว็บข่าวเกี่ยวกับ BMW
Saturday, June 8, 2013 by GiZMo · 0
Sunday, June 2, 2013
Apple ได้ออกฟีเจอร์ Siri มาตั้งแต่ iOS 5 พร้อมกับการเปิดตัว iPhone 4S สำหรับ Siri นั้นเป็นฟีเจอร์ ที่ซื้อกิจการของบริษัท Siri Inc มาอีกต่อหนึ่ง ซึ่ง Siri นั้นว่ากันว่า นอกจาก เทคโนโลยี ที่มาจากบริษัท Siri Inc. แล้ว ยังมีส่วนหนึ่งใช้เทคโนโลยีของ Nuance technology ด้วย ซึ่งในงาน AllThingsD's D11 นาย Paul Ricci ที่ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Nuance ได้ยืนยัน ด้วยตัวเองเลยว่า Apple's Siri นั้นมีส่วนที่ใช้ Nuance technology ด้วย
ทาง CEO Nuance ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยว เทคโนโลยีของ Nuance ที่ใช้ใน Siri นั้น จะอยู่ในส่วนเฉพาะ voice recognition หรือการถอดเสียงเป็นข้อความเท่านั้น ไม่ได้ไปยุ่ง เกี่ยวกับส่วนของ artificial intelligence ที่ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งจากเสียง เพื่อแสดงผลลัพธ์ นอกจากนั้น Siri นั้นมีทั้งส่วนที่ฝังไปพร้อมกับ iOS และส่วนที่อยู่ประมวลผลบน cloud เพื่อใช้ ในการถอดคำจากเสียง
ทาง Nuance นั้นไม่ได้เป็นพาร์ตเนอร์ในการใช้เทคโนโลยี voice recognition กับ Apple เพียงเจ้าเดียวเท่านั้น เพราะบริษัท Nuance เองก็มีแอพพลิเคชั่นของตัวเอง ที่จำหน่าย หลายแฟลตฟอร์มอย่าง Dragon Dictation อีกทั้ง Nuance ก็ยังร่วมงานกับ Samsung ซึ่งอาจจะรวมถึง S-Voice ที่เป็นคู่แข่ง Apple ด้วย และยังมีบริษัทอื่น ๆ ที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้ voice recognition อื่นๆ บนระบบแอนดรอยด์ด้วย
แต่สำหรับ Google Now ซึ่งมีส่วนของ Google's speech-recognition นั้น Nuance ไม่ได้มี ส่วนร่วมในฟีเจอร์นี้ เมื่อได้รับคำยืนยันอย่างนี้แล้วว่า Apple ใช้ Nuance กับ Siri ในการถอดคำ ในอนาคต Siri อาจจะรองรับภาษาไทยก็เป็นได้ เพราะ Nuance เองตอนนี้ก็มีแอพพลิเคชั่น ragon Dictation บน App Store ที่รองรับภาษาไทย สามารถถอดภาษาไทยออกมาเป็น ข้อความภาษาไทยได้
บทสัมภาษณ์ Paul Ricci ที่ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Nuance บริษัทที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีในการถอดข้อความ ด้วยเสียง
ที่มา : AppleInsider
Sunday, June 2, 2013 by GiZMo · 0
Monday, May 20, 2013
บริการ Siri ผู้ช่วยส่วนตัวด้วยการสั่งงานด้วยเสียง นั้นทางแอปเปิลเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 พร้อมกับ iPhone 4S
หลังจากแอปเปิลชูฟีเจอร์ Siri เป็นฟีเจอร์หลักของไอโฟน คู่แข่งทั้งหลายก็เปิดตัวบริการ คล้ายกันนี้ ออกมาเช่นกัน
หนึ่งในคู่แข่งที่น่าจับตา ก็น่าจะเป็น Google Now จากกูเกิล เจ้าพ่อบริการค้นหาข้อมูล ซึ่งเปิดบริการ กูเกิลนาวนี้ตั้งแต่ ปีที่แล้ว และเพิ่มเปิดฟีเจอร์ Google Now นี้ ให้กับ iOS Device ได้ใช้กันเมื่อไม่นานนี้ ทาง CNET จึงนำบริการ Siri และ Google Now มาเปรียบเทียบประสิทธิภาพกัน โดยปิดสัญญาณโทรศัพท์ของสมาร์ทโฟนทั้งสองเครื่อง ที่ใช้ในการทดสอบ และใช้ Wi-Fi เดียวกันแทน
ส่วนผลที่ได้นั้น ก็เรียกว่า ทั้งสองค่ายมีจุดเด่น จุดด้อยต่างกัน Google Now นั้นเด่นในการค้นหา ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ แต่ Siri จะเก่งทางด้าน การสั่งใช้งาน เช่นการตั้งเวลานัดหมาย ส่วน Siri จะมี การเพิ่มประสิทธิภาพอย่างไร ใน iOS 7 เราคงได้ทราบกันในงาน WWDC 2013 เดือนหน้านี้
Monday, May 20, 2013 by GiZMo · 0
Saturday, February 2, 2013
Apple เปิดตัว Siri มาพร้อมกับ iPhone 4S ที่ใช้ iOS 5 และสำหรับ iOS 6 ที่มาพร้อม iPhone 5 Apple ได้ พัฒนาต่อยอดปรับปรุงให้ Siri ฉลาดขึ้นรองรับได้หลายภาษา และมีฟีเจอร์ใหม่ ที่น่าสนใจคือ Eyes Free ที่ช่วยให้ใช้ Siri ผ่าน iPhone บนรถยนต์ได้ อย่างสะดวก ตอนเปิดตัวนั้น แอปเปิล ประกาศว่ามีผู้ผลิตรถยนต์อย่าง BMW, GM, Mercedes, Land Rover, Jaguar, Audi, Toyota, Chrysler และ Honda สนใจนำ ฟีเจอร์ Eyes Free ไปติดตั้ง ตอนนี้ก็ผ่านมาประมาณ ครึ่งปีแล้ว ทายผู้ผลิตรถยนต์ ก็มีการประกาศข้อมูลรถที่ใส่ Eyes Free กันมาอย่างต่อเนื่อง มาดูกันว่า มีรถยี่ห้อไหน รุ่นใดบ้าง
ในงาน CES 2013 ที่ผ่านมา ทาง Chevrolet ได้โชว์รถยนต์รุ่น Spark และ Sonic ที่จะเปิดตัวในปี 2556 นี้ โดยจะมี Siri และ Tunein Radio ติดตั้งมาด้วย โดยสามารถสั่งให้ Siri เช็คตารางนัดหมาย ส่งข้อความ ได้ ดูคลิปวิดีโอสาธิตด้านล่าง
ในงาน CES 2013 ทาง Hyundai ก็่มีการสาธิต การใช้งาน Eyes Free เช่นกัน
ล่าสุดกับค่าย Honda โดยจะใส่ Eyes Free กับรถรุ่นสุดหรูของตนเอง อย่าง Accord และ Acura RDX และ ILX โทรศัพท์ที่จะใช้งานกับรถรุ่นเหล่านี้ต้องเป็น iPhone 4S, iPhone 5, iPad 3, iPad 4, iPad Mini และ iPod Touch (5th gen) โดยต้องใช้งานระบบปฏิบัติการ iOS 6 แล้วเท่านั้น
สำหรับเมืองไทย ไม่รู้ว่า รถที่ใช้ Eyes Free จะมีเข้ามาเมื่อไหร่ หรือมีโอกาสจะได้ใช้ฟีเจอร์นี้กันหรือเปล่า ?
Saturday, February 2, 2013 by GiZMo · 0
Friday, December 21, 2012
Siri tan ไม่รู้จะกดปุ่มไมค์ ส่วนไหนดี!
ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ก็มักจะนำอะไรหลาย ๆ อย่างมาจับแปลงเป็นตัวการ์ตูนไปซะหมด ดังนั้น ระบบเลขาอัจฉริยะอย่าง Siri ของ Apple ที่มาพร้อมกับ iPhone มีหรือจะถูกจับมาทำเป็น Siri tan ด้วยจินตนาการสุดล้ำเลิศ Siri จากไมโครโฟนสีม่วง ก็กลายมาเป็น สาวน้อยคล้ายไซบอร์ก ที่ดูสวย ฉลาด และเซ็กซี่ ที่คอยเป็นผู้ช่วยแสนดี ให้กับผู้ใช้ ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจาก Siri tan แล้ว ทางญี่ปุ่นยังมีไอเดียนำเอาเสียง Siri ภาษาญี่ปุ่น มาทำเป็น เพลงออกมาเป็นอัลบั้ม ซึ่งมีวางขายจริงๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดย Siri เป็นตัวละครชื่อ "ครูชิริ" อัลบั้มนี้มีทั้งหมด 14 เพลง โดยผูกเนื้อเรื่องให้เรียบร้อย ดังนี้
ทาเคชิ” ชายหนุ่มชีวิตสุดธรรมดาได้ไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ “ริงโกะ โฟน 5″ (Ringo = apple) เขาได้พบกับ “คุณครูชิริ” ที่มาพร้อมกับโทรศัพท์นั้น แล้วชีวิตของทาเคชิก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ในขณะเดียวกัน “อเล็กซ์” นักเรียนชาวต่างชาติ ก็ตกหลุมรักคุณครูชิริเช่นเดียวกัน และยังมีเรื่องราวความอึดอัดทรมาณของคนในบริษัทริงโกะอย่าง “ทิม” (หือ?) คริสต์มาสนี้ สนุกแน่!
การนำตัวการ์ตูนมาผูกเข้ากับ ซอฟต์แวร์นั้น เริ่มมาตั้งแต่ OS tan หรือการแปลง Windows เวอร์ชั่นต่างๆ ออกมาเป็นตัวการ์ตูนสาวน้อยน่ารัก ๆ คิกขุสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง เพื่อสร้าง รูปลักษณ์ที่เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ระบบปฎิบัติการวินโดวส์ ก็เลย เป็นประเพณีกันทำต่อเนื่องกันมา
ที่มา : MacThai
Friday, December 21, 2012 by GiZMo · 0
Friday, November 23, 2012
Siri เป็นบริการเลขาส่วนตัว สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง โดยเริ่มการใช้งานตั้งแต่ เปิดตัว iPhone 4S แต่ Siri ยังรองรับภาษาอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งทางแอปเปิลก็มี การพัฒนาเพิ่มความสามารถให้ Siri เพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ล่าสุดจากหน้ารับสมัครงาน ในเว็บ Apple นั้นมีการเปิดรับสมัคร พนักงานฝึกงาน ตำแหน่ง Cloud Services ที่ มีความสามารถทางภาษา อราบิก, ฟินแลนด์, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, สวีเดน นอกจากนั้น ยังมองหาพนักงานเพิ่มเติมในส่วนของภาษา จีน, ฝรั่งเศส, เกาหลี อีกด้วย โดยตำแหน่งระบุชัดเจนว่า จะมีหน้ารับผิดชอบส่วนของ Siri นั่นเอง โดยมีระยะเวลาฝึกงาน 6 เดือน น่าเสียดายที่ภาษาไทยยังไม่มีอยู่ในรายชื่อรับสมัครงานครั้งนี้
Siri ขณะนี้รองรับภาษา 9 ภาษา ดังนี้ จีนกวางตุ้ง, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีนกลาง และสเปน
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวออกมาอีกว่า มีความเป็นไปได้ที่ แอปเปิล จะนำ Siri และ Apple Maps บรรจุรวมไปใน Mac OS X 10.9 ระบบปฎิบัติการตัวถัดไปของแอปเปิล อีกด้วย
ที่มา : iDownloadblog
Friday, November 23, 2012 by GiZMo · 0
Wednesday, July 25, 2012
Tuesday, July 3, 2012
Siri ที่เปิดตัวพร้อมกับ iOS 5 และ iPhone 4S แต่ตอนเปิดตัวแบบยังไม่สมบูรณ์ และ เป็นเพียงเวอร์ชันเบต้าเท่านั้น จากข้อมูลในงาน WWDC 2012 นั้น Siri ใน iOS 6 จะมีการปรับปรุงใหม่มากมาย รวมทั้งการมาของ Siri for iPad อีกด้วย
Siri ใน iOS 6 นั้นรองรับภาษาถึง 15 ภาษา และมีภาษาแถบเอเชียด้วย เช่น ภาษาจีน
ส่วนทางด้านการบริการค้นหาข้อมูล Siri ก็มีการเพิ่มบริการหาข้อมูลหลากหลายมากขึ้น ดังนี้
Sports : Siri สามารถบอกตารางการแข่งขันกีฬา , แต้มการแข่งขัน หรือแม้แต่ข้อมูลผลการแข่งขันจากเกมกีฬาที่กำลังแข่งขันอยู่ รวมถึงยังสามารถให้ Siri ค้นหาสถิติข้อมูลการแข่งขันของทีมโปรดหรือนักกีฬาคนโปรดในอดีตที่ผ่านมา ก็ได้เช่นกัน
Movies : Siri สามารถค้นหาข้อมูลโรงภาพยนตร์ของภาพยนตร์ที่ต้องการ โดยค้นจากระยะทางหรือสถานที่ที่อยู่ต่างๆ , ตารางเวลาการฉายภาพยนตร์ , ชมคลิปวีดีโอตัวอย่างภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งข้อมูลของภาพยนตร์ ผู้กำกับ และนักแสดงที่ชื่นชอบ
Restaurants : การค้นหาร้านอาหารก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อ Siri จะสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับร้านอาหารที่คุณต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถดูข้อมูลร้านอาหารนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ , ราคา , รีวิว และที่สำคัญ สำหรับบางร้านยังสามารถให้ Siri จองโต๊ะให้ผ่านทางแอพที่ชื่อ OpenTable ได้อีกด้วย
Facebook และ Twitter : ใครที่เป็นชาวสังคมออนไลน์ที่ไม่พลาดทุกการสื่อสารไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter ในอนาคตเรียกได้ว่าจะได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะจากนี้ไปด้วยความสามารถของ Siri ที่ได้เชื่อมต่อกับ Facebook และ Twitter จึงทำให้คุณสามารถสั่งงานด้วยเสียงให้ Siri โพสหรือทวิตข้อความแทนการพิมพ์ได้
App Launching : อีกหนึ่งความสามารถใหม่ของ Siri บน iOS 6 นั่นก็คือ การเพิ่มคำสั่งในการเปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ด้วยคำสั่ง “Launch ….[Application Name] ….” หรือ “Open ….[Application Name] … ” เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วทันใจมากยิ่งขึ้น
Eyes Free สำหรับฟังก์ชันนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ Siri เป็นผู้ช่วยในการขับรถ โดย Siri บน iOS 6 นี้จะถูกนำไปเชื่อมต่อกับระบบการใช้งานผ่านปุ่มข้างพวงมาลัยของรถยนต์ชั้นนำ มากมาย ตัวอย่างเช่น BMW, GM, Mercedes, Land Rover, Jaguar, Audi, Toyota, Chrysler และ Honda ดังนั้นในขณะที่กำลังขับรถจึงทำให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงให้ Siri ค้นหาเส้นทาง โดยที่ไม่ต้องละสายตาไปจากถนนและไม่ได้ปล่อยมือออกจากพวงมาลัยอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถสั่งงานให้ Siri ทำงานอื่นๆไม่ว่าจะเป็น การโทรออก , การส่งข้อความและเช็คข้อความ หรือการเล่นเพลง เป็นต้น
แต่บริการเหล่านี้ จำกัดให้บริการในบางประเทศเท่านั้น ส่วนประเทศไทย คงต้องรอให้พัฒนาออกมารองรับมากขึ้นกว่านี้
Tuesday, July 3, 2012 by GiZMo · 0
Friday, June 29, 2012
ทางกูเกิลได้เปิดตัว Android 4.1 (Jelly Bean) ไปเรียบร้อยแล้ว และได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ชื่อ "Google Now" ซึ่งฟีเจอร์นี้น่าสนใจตรงที่ว่า กูเกิลเปลี่ยนการแสดง ผลการค้นหาด้วย รายชื่อเว็บไซต์ 10 อันดับแรก เป็นคำตอบที่เราต้องการหาแทน แน่นอนฟีเจอร์ Google Now นี้เตรียมมาแข่งกับ Siri เต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ ทางซัมซุง ก็ส่ง S-Voice ออกมาข่มขวัญ Siri มาแล้ว เรามาดูกันว่า Google Now ทำอะไรได้บ้าง ? ส่วนวีดีโอเปรียบเทียบ การทำงานระหว่าง Siri และ Google Now ชมได้ท้ายบทความ
Google Now ใช้ไอเดียคล้ายกับ Siri แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะ Google Now จะพยายามคาดเดาว่าผู้ใช้ต้องการข้อมูลอะไรบ้าง (โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องบอกก่อน) และพยายามนำเสนอข้อมูลสั้นๆ แต่ตรงประเด็นในรูปแบบของอินเทอร์เฟซแบบใหม่ที่เรียกว่า card ซึ่งก็คล้ายกับ widget มาก
ในเบื้องต้น บนเว็บของ Google Now ระบุว่ารองรับข้อมูลแบบ card ดังนี้
- สภาพการจราจร โดยอิงจากพิกัดของเราในปัจจุบันและในอดีต
- การขนส่งสาธารณะ (เช่น รถเมล์สายต่อไปมาเมื่อไร อันนี้ข้อมูลจาก Google Transit)
- นัดหมายลำดับถัดไป (ใช้ข้อมูลจาก Google Calendar)
- เที่ยวบิน (เช่น เวลาเครื่องออก ประตูหรืออาคารที่ต้องไป)
- ผลการแข่งขันกีฬา
- ข้อมูลสถานที่ (เช่น รีวิวร้านอาหาร)
- สภาพอากาศ
- การแปลภาษา (โดยใช้ Google Translate)
- แปลงหน่วยเงิน
- เวลาของที่บ้าน (กรณีเดินทางข้ามเขตเวลา)
นอกจากนี้มันยังรองรับการค้นข้อมูลด้วยเสียง และค้นหาข้อมูลจากเว็บตามปกติได้อีกด้วย
วีดีโอเปรียบเทียบการทำงานระหว่าง Siri (iOS 6 beta 2) และ Google Now (Android 4.1)
จากทีเห็นในวีดีโอ Google Now เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับ Siri ทีเดียว จะเห็นว่า Google Now ทำงานได้รวดเร็วกว่า และด้วยเป็นเจ้าพ่อทางด้านการค้นหาข้อมูลอยู่แล้ว ดังนั้นผลการค้นหา จึงทำได้ดีเยียมเลยทีเดียว อย่างเช่น การค้นหาภาพ ก็แสดงภาพตามคียเวิร์ดที่ต้องการได้ทันที ไม่ต้องกด Search the web เหมือนใน Siri แต่ทั้งนี้ Siri สำหรับ iOS 6 นั้นยังเป็นเบต้าอยู่ ประสิทธิภาพยังไม่ใช่ผลทดสอบสุดท้ายแน่นอน
วีดีโอแนะนำ กูเกิลนาว
ที่มา : TechBuffalo, Blognone
Friday, June 29, 2012 by GiZMo · 0
Friday, June 1, 2012
สงสัยว่าทางแอปเปิลเริ่มติดใจ การจ้างดาราดัง มาโฆษณาผลิตภัณฑ์ซะแล้ว ก่อนหน้านี้ ก็ใช้จ้างคนดังอย่าง Samuel Jackson และ Zoeey Deschanel โฆษณา iPhone 4S มาแล้ว ซึ่งผลตอบรับก็ดีทีเดียว ดูได้จากตารางด้านล่าง
ล่าสุดทางแอปเปิลจึงใช้บริการคนดังดาราอีกครั้งกับ John Malkovich ซึ่งแน่นอน ก็ยังโฆษณา iPhone 4S กับฟีเจอร์ชูโรง อย่าง Siri เหมือนเดิม โดยปล่อยออกมา 2 ชุดด้วยกันในชื่อ "Life" และ "Joke"
ก่อนหน้านี้ทางแอปเปิล ไม่ค่อยนิยมจะใช้บริการดาราคนดังมาโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตน สักเท่าไหร่นัก โดยจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ซะมากกว่า แต่ยุคหลัง สตีฟ จอบส์ ที่ได้ CEO อย่าง Tim Cook มารับช่วงก็ดูมีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เห็น
โฆษณาชุด Zooey และ Samuel นั้นก็ได้การตอบรับที่ดีในอเมริกา โดยทาง Ace Metrics บริษัทนักวิเคราะห์โฆษณา ได้จับคะแนน ผู้ชมโฆษณาในอเมริกา โดยคะแนนจะอยู่ที่ 0-950 โฆษณา iPhone 4S นั้นอยู่ใน อันดับ 1 และ อันดับ 2
และมีโฆษณา Samsung Galaxy Note ที่ติดอันดับหนึ่ง
Friday, June 1, 2012 by GiZMo · 0
Tuesday, May 29, 2012
หลังจากมีการเปิดให้เจลเบรค iOS 5.1.1 กันอย่างคึกคักกันไปแล้ว หลายคนที่เจลเบรค ก็คงอยากจะติดตั้ง Siri ลงเครื่อง iPhone ของตัวเอง แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่าตอนนี้ Spire หรือ Siri สำหรับ เครื่องเจลเบรค ไม่รองรับ iOS 5.1.1 ถาวร แต่ไม่ต้องเป็นกังวล นอกจาก Spire แล้วยังมี cydia tweak ชื่อ Spite ที่ใช้ทดแทนกันได้
Spite 3.0 รองรับ iOS 5.1.1 กับเครื่องที่เจลเบรคแล้ว และสามารถใช้ ได้กับทุกเครื่องที่ใช้ iOS รวมทั้ง The New iPad (iPad 3) แต่แอพนี้ ไม่ฟรีนะ ต้องซื้อค่าสมาชิก VIP ในราคา $5
หมายเหตุ : มีรายงานว่า Spite อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องรวน จนต้อง restore firmware ได้ ถ้าต้องการใช้งาน อย่าลืม backup ข้อมูลกันไว้ก่อน
วิธีติดตั้ง Spite 3 - Siri for JB iOS 5.1.1
1. สมัครสมาชิก VIP กับเว็บ Technetec ราคา $5
2. เพิ่ม repo source ของทาง Technetec ใน Cydia ( อ่านที่นี่ วิธี add source ใน Cydia)
3. ค้นหา Spite 3 แล้วติดตั้งผ่าน Cydia
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ Cydia จะทำการีบูตเครื่อง และเมื่อบูตเสร็จ Siri ก็จะถูกติดตั้ง
ลงในเครื่องที่เจลเบรคแล้ว ต่อไปก็ใส่ Siri proxy server เพื่อใช้งาน Siri
Spire Proxy Host List
CONFIRMED PROXY HOSTS
Name: iModZone
Cost: $20/year
Website: http://imzdl.com/siri/
Verified: Yes
Name: iCrackr
Cost: $20/year
Website: http://icrackr.com/
Verified: Yes
Name: The Three Little Pigs
Cost: Free
Website: http://paradox-productions.net/
Host URL: https://paradox-productions.net/
Certificate: http://paradox-productions.net/files/certs/cerftificate.pem
Note: These paid/free proxy servers have been verified by user reviews, but iJailbreak.com takes no responsibility for unreliable service.
UNCONFIRMED PROXY HOSTS
Name: Siri.Cd-Team
Cost: Free
Host URL: https://siri.cd-team.org/
Description: I have personally not been able to get this Spire proxy server to work (I think the server was overloaded). I am posting it, however, as it may come back online in the future and you may have luck getting it to work.
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: Requires Donation
Description: I have not personally tested this paid Spire Proxy Server but I have heard that it is legit. The creator of this Spire Proxy server, however has mentioned his servers are full at this time (more will be available soon).
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: https://97.188.76.85:443/
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: https://192.453.201:3544/
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: https://205.185.119.17:2000/
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: https://97.128.46.41:323/
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: https://97.128.73.85:442/
Name: Unknown
Cost: Free
Host URL: https://188.120.232.184:443/
Name: Root Hacks
Cost: Free
Website: http://root-hacks.blogspot.com/
Host URL: https://siri-bh.no-ip.org:1000
Host URL: https://siri-bh.no-ip.org:1001
Host URL: https://siri-bh.no-ip.org:1002
Host URL: https://siri-bh.no-ip.org:1003
Host URL: https://siri-bh.no-ip.org:1004
Host URL: https://siri-bh.no-ip.org:1005
Needed crt: http://siri-bh.no-ip.org/blog-4.crt
Name: SiriSn0w
Host URL: https://alpha.sirisn0w.com
Certificate: http://sirisn0w.com/dev/ca.pem
Website: http://alpha.sirisn0w.com/webInterface/?page=homepage
SCAM PROXY HOSTS:
Name: siriproxyserver.t15.org
Name: http://jakewilliamsmith.com/siri/
Name: http://www.sirikeys.com/
Name: http://SpireProxy.co.uk/
ที่มา : iJailbreak
Tuesday, May 29, 2012 by GiZMo · 0










