Sunday, October 6, 2013
หลังจากสุดยอดผู้นำ สตีฟ จอบส์ บุคคลที่อิทธิพลสูงต่อวงการไอที และต่อโลกใบนี้ ได้จากไปถึง 2 ปีแล้ว แน่นอนว่า ทั้งโลกก็เฝ้ามอง การบริหารงานของ ทิม คุก ที่ได้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทแอปเปิล ต่อจากสตีฟ 2 ปีที่ผ่านมา ทิม คุก พาแอปเปิลลงเหว หรือทำให้แอปเปิล เติบโต เรามาดูผ่าน infographic พร้อมสรุปคร่าว กันเลย
- ทิม คุก ได้รับความนิยมในหมู่พนักงานบริษัทมากกว่า สตีฟ จอบส์ 2%
- แอปเปิลรวยขึ้น 77% ภายใต้การบริหารของ ทิม คุกเทียบกับ สตีฟ จอบส์
- ใจบุญขึ้น ยุคทิม คุก มีการบริจาคเงินองค์กรการกุศลซึ่งยุค สตีฟ จอบส์ไม่มี
- ทิม คุก ได้รับ Approval rating จากพนักงานบริษัทถึง 97% ขณะที่ สตีฟ จอบส์ได้ 95% ทั้งสอง เหนือกว่า CEO บริษัทอื่นๆ อีกด้วย
- นวัตกรรมช่วงของสตีฟ มีสินค้าที่เปิดโลกใบใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งคงต้องรอลุ้นว่าปี 2557 ทิม คุก จะมีสินค้าที่มีสุดยอดนวัตกรรมแบบพลิกโลกได้เหมือนตอนสตีฟ จอบส์ไหม ? iWatch ใช่หรือเปล่านะ ?
- มากกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา 20% ผู้ใช้แอนดรอยด์ย้ายมาใช้ iPhone แต่มีเพียง 7% ที่ย้ายจาก iPhone มาซัมซุง
- ลูกค้าหน้าใหม่ แอปเปิลมีเพียง 26% ส่วนซัมซุงมีถึง 37%
- ผู้ค้าแอปเปิล รวยกว่า การศึกษาดีกว่า และอายุน้อยกว่า ผู้ใช้ซัมซุง
ที่มา : MacTrast
Sunday, October 6, 2013 by GiZMo · 0
Thursday, June 13, 2013
หลายคน คงทราบกันดีแล้วว่า iOS 7 นั้นเปลียนโฉมใหม่หมดทั้งหมด เพราะเปลี่ยนคนออกแบบ ใหม่นำทีม โดย Jony Ive ที่เป็นเจ้าพ่อสไตล์ minimalism หรือ น้อยแต่มากความรู้สึก ก่อนหน้านี้ เราก็นำ ภาพหน้าจอของ แอพต่าง ๆ ของ iOS 7 มาให้ ชมกันไปแล้ว
คราวนี้เรามาชม ภาพเปรียบเทียบกันแบบ หน้าต่อหน้า ระหว่าง iOS 6 และ iOS 7 รวมทั้ง ไอคอน ต่อ ไอคอน เพื่อเปรียบเทียบกันว่า ความแตกต่างของ iOS 6 และ iOS 7 ทางด้านการออกแบบ เป็นอย่างไรบ้าง เรามาชมกันเลย
หน้า Home Screen iOS 6 กับ iOS 7
จุดแตกต่างจุดแรกนั้นก็คือ status bar ด้านบน ตรงส่วนของเสาสัญญาณ เปลี่ยนมาเป็น จุด 5 จุดแทน จุดต่อมาก็คือฟอนต์ของระบบ นั้นเปลี่ยนฟอนต์ที่บางลงมาก ส่วนไอคอนนั้นก็ไม่มี gloss effect และขอบเงาของไอคอนแล้ว มาจนสุดด้านล่างนั้น ส่วนของ Dock bar ก็ไม่มีเงาสะท้อน
เปลี่ยนเป็นการเบลอพื้นหลังแทน
Apps ต่าง ๆ ของ iOS 6 และ iOS 7
Notification Center
นอกจาก ดีไซน์โดยรวมแล้ว แต่ละฟีเจอร์ แต่แอพ ก็มีการเปลี่ยนหน้าตาไปมากเช่นกัน ส่วนของ Notifications ไม่ใช่พื้นหลังโทนดำแบบเดิมแล้ว เป็นโปร่งใส สบายตากว่าเดิม
Messages
ปรับ ลูกโป่งข้อความ ให้โป่งน้อยลง
Siri
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Weather
การออกแบบใหม่นั้น ดูทันสมัย ใกล้เคียงกับ แนวของแอพพยากรณ์ที่นิยมในช่วงนี้ มากขึ้น ซึ่ง
ดีไซน์นั้น คล้ายกับ Yahoo Weather app เอาเสียมาก ๆ
Multitasking
การเปลี่ยนแปลงนี้ หลายคนน่าจะชอบ เพราะ kill app ได้ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยาก และดูง่ายกว่าเดิมเยอะ
Mail
ปรับให้เรียบง่าย โทนขาว มากขึ้น
แผนผังเปรียบเทียบ ไอคอนต่อไอคอน ระหว่าง iOS 6 กับ iOS 7
หมายเหตุ : สำหรับ Clock app นั้น ไอคอนของ iOS 7 จะแสดงเวลาปัจจุบัน
แนะนำอ่านต่อ หน้าตาใหม่ของ iOS 7 แบบครบเซ็ต
อ่านต่อ ข้อมูล iOS 7 ทั้งหมด
ที่มา : รูปไอคอนเปรียบเทียบ จาก @pawsupoforu via CultofMac และ OSXDaily
Thursday, June 13, 2013 by GiZMo · 0
Thursday, May 16, 2013
สำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน คำถามแรก ๆ ตอนพัฒนาแอพ ก็คงหนีไม่พ้น ว่าจะพัฒนาแอพ สำหรับ iOS หรือ Android ดี เพราะทั้งสองเป็น จ้าวตลาดอยู่ในขณะนี้ โดยทาง iOS จาก Apple นั้นครองตลาดในแถบอเมริกาเหนือ ส่วน Android จาก Google นั้น ก็จะครองตลาดในแถบยุโรป และแน่นอน iOS ยังเป็นผู้นำตลาดอยู่ แต่ Android ก็ตามไล่ หลังเข้ามาเรื่อย ๆ
เชิญชม infographic เข้าใจง่ายถึง Revenue Wars ระหว่าง iOS กับ Android กันดีกว่า
Thursday, May 16, 2013 by GiZMo · 0
Monday, May 13, 2013
ทางกลุ่มทรูฯ ได้เปิดบริการ 4G LTE ไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เลยขอนำ สถิติข้อมูลเกี่ยวกับ 4G LTE ทั่วโลก เทคโนโลยีมือถือรุ่นที่ 4 ที่มีอัตราการรับส่ง ที่รวดเร็วกว่า เทคโนโลยี 3G ที่ตอนนี้มีการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 4G TLE แล้วกว่า 100 ล้านทั่วโลก
โครงข่าย 4G LTE นั้นมีอยู่กว่า 163 เครือข่ายใน 70 ประเทศ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ในสิ้นปี 2017 นั้นจะมีเครือข่าย 4G LTE กว่า 400 เครือข่าย ครอบคลุม 120 ประเทศทั่วโลก และมีการเชื่อมต่อโครงข่าย 4G กว่า 900 ล้านการเชื่อมต่อ
สำหรับประเทศหลัก ๆ ที่มีการใช้ 4G LTE นี้กันมากก็คือ ประเทศออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา โดยทั้ง 5 ประเทศนี้คิดเป็น 90% ของทั้งหมด ส่วนข้อมูลอื่นๆ สามารถดูได้จาก infographic ด้านล่างนี้
ที่มา : Wireless Intelligence
Monday, May 13, 2013 by GiZMo · 0
Wednesday, April 3, 2013
iPhone 5 ปะทะ Samsung Galaxy S4 เจาะลึก 2 สุดยอด smartphone แห่งปีด้วย infographic ภาษาไทย เข้าใจง่าย
เมื่อเสือพบสิงห์ ต่างก็มีดีทั้งคู่ เพราะสมาร์ทโฟนทั้งสองค่ายอย่าง iPhone 5 และ Galaxy S4 ต่างก็มีฟีเจอร์เด็ด ๆ ไว้มัดใจลูกค้าอยู่แล้ว สำหรับใครที่กำลังลังเลใจ ว่าจะซื้อ iPhone 5 ดี หรือ Galaxy S4 ดีน้อ เรามาดู infographic ที่เป็นแผนภาพเข้าใจง่าย ๆ แถมเป็นภาษาไทย ว่าข้อแตกต่างระหว่าง iPhone 5 และ Galaxy S4 นอกจากเรื่องหน้าจอที่ใหญ่ไม่เท่ากันแล้วนั้น มีจุดไหนบ้างที่แตกต่างกัน
จุดเด่นของ Galaxy S4 นั้นคงกินขาดเรื่องหน้าจอที่ใหญ่กว่า และสเปคฮาร์ดแวร์ที่จัดเต็ม แรงกว่า iPhone 5 ซึ่งจุดนี้ก็คงต้องยอมรับเพราะ Galaxy S4 เพิ่งเปิดตัวไม่น่านี้ ส่วน iPhone 5 นั้นก็เปิดตัวไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนจุดเด่นของ iPhone 5 นั้นก็เป็นเรื่องของวัสดุที่แข็งแรงทนทาน อย่าง Anodized Aluminium ใช้ iOS 6.1.3 เวอร์ชั่นล่าสุด ต่างกับ Galaxy S4 ที่ใช้ Android OS 4.2.2 (Jelly Bean) อยู่ซึ่งถือว่าล้าหลังกว่า ส่วนฟีเจอร์ยิบย่อยดูใน infographic ได้เลย
คลิกเพื่อขยายภาพ
ที่มา : MxPhone
Wednesday, April 3, 2013 by GiZMo · 0
Friday, March 29, 2013
สมาร์ทโฟน Galaxy S Series ของซัมซุง นั้นมีคนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง และเป็น Android phone ที่ขายดีอย่างมาก สำหรับ Galaxy S รุ่นแรก นั้นเริ่มจำหน่ายในปี 2010 และตามด้วย Galaxy S II ในปี 2011 และ Galaxy S3 ในปี 2012 และล่าสุด เปิดตัวไปแล้วกับ Galaxy S4 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 20 ล้าน, 28 ล้าน และ 50 ล้าน ตามลำดับ คงต้องดูกันต่อไปว่า Galaxy S4 จะยอดขายพุ่งขนาดไหน แซงสถิติที่ iPhone 5 ทำ ไว้ได้ไหม ?
คลิกที่นี่ สำหรับ สเปคของ Samsung Galaxy S4
คลิกที่นี่ สำหรับ infographics ที่น่าสนใจอื่น ๆ
Friday, March 29, 2013 by GiZMo · 0
Monday, March 11, 2013
คู่แข่งข้ามปี ที่ต้องถึงขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว ระหว่างซัมซุง และแอปเปิล ซึ่ง ต่างก็มีแฟนประจำของแต่ละคน เรียกว่า ซัมซุงเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อที่จะมา ต่อกรกับแอปเปิลได้ โดยมีสินค้าซีรียส์ Galaxy เป็นตัวชูโรงนั่นเอง
ทาง MBAonline ได้จัดทำแผนภาพแบบ infographic ให้ดูข้อมูลกันชัด ๆ แบบ หมัดต่อหมัด ไห้ทราบกันไปเลยว่า คู่ท้าชิง ซัมซุง จะมาน็อค จ้าวสังเวียนสมาร์ทโฟน และแท็บแล็ต อย่างแอปเปิล ได้หรือเปล่า ?
Monday, March 11, 2013 by GiZMo · 0
Wednesday, October 17, 2012
![]()
หลังจากแน่นอนแล้วว่า แอปเปิลจะมี งานเปิดตัวอะไรใหม่ ซึ่งน่าจะเป็น iPad Mini ในวันที่ 23 ต.ค. นี้ ดังนั้น เพื่อเตรียมพร้อมก่อน ก่อนงานเปิดตัว เรามาดูกันดีกว่า iPad Mini ไอแพดรุ่นหน้าจอเล็ก ที่ว่ากัน ว่าจะเป็น แทบเล็ตราคาประหยัด จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ด้วยแผนภาพอินโฟกราฟฟิค ที่ดู เข้าใจง่ายในรูปเดียว
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
ที่มา : GimmiTech
Wednesday, October 17, 2012 by GiZMo · 0
Saturday, September 15, 2012
AppTube เทียบสเปค สมาร์ทโฟน รุ่นท๊อป ๆ อย่าง Nokia Lumia 920 , Samsung Galaxy S3 กันไปแล้ว คราวนี้มาเปรียบกันให้ดูอีกรอบ แต่เทียบกับคู่แข่งคู่กัดในตอนนี้ อย่าง ซัมซุงกาแล็คซี่เอส 3 กับ ไอโฟน 4S และ ไอโฟน 5 ในรูปแบบ infographic เข้าใจง่าย และตารางเทียบสเปคกันละเอียด ๆ กันสุด ๆ ว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ? (จริงๆ ไม่ต้องดูก็รู้นะ ว่า iPhone 5 สเปคแพ้เขาหมด 555)
คลิกที่ภาพเพื่อขยายให้ชัดขึ้น
คลิกที่ภาพเพื่อขยายให้ชัดขึ้น
ที่มา : Mobile Phone Finder
Saturday, September 15, 2012 by GiZMo · 0
Friday, July 20, 2012
ข้อมูลเห็นด้านล่างนี้ เป็น infographic จากบริษัท Tawkon ที่พัฒนา Android app สำหรับการวัดค่าการแผ่รังสีจากสมาร์ทโฟน ซึ่งมีการวัดค่า SAR (Specific Absorption Rate) หรือการวัดค่าอัตราที่พลังงานซึมซับเข้าสู่ร่างกายของผู้ใช้งาน เพื่อมีการส่งสัญญาณวิทยุ กับสมาร์ทโฟนยอดนิยมในตลาด อย่าง iPhone 4S, Samsung Galaxy S III, BlackBerry, HTC และ Motorola มาเรียงจัดอันดับให้ทราบกัน
สำหรับ iPhone 4S นั้น SAR อยู่อันดับ 2 ของสมาร์ทโฟนที่นำมาทดสอบ คือ 1.11 w/kg ถ้าเทียบ สมาร์ทโฟนคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy SIII ที่มีค่า SAR เพียง 0.34 w/kg หรือต่างกัน 3 เท่านั่นเอง ส่วนสมาร์ทโฟนที่มีค่า SAR มากอันดับหนึ่งคือ BlackBerry Bold 9700 ทั้งนี้ สมาร์ทโฟนทั้งหมด ก็ยังไม่เกิดค่าที่ทาง FCC กำหนดไว้ ที่ 1.6 w/kg เรียกว่าทุกสมาร์ทโฟนใน infographic ด้านล่างนี้ยังปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน
ค่าระดับการแผ่รังสี ที่ร่างกายดูดซับนั้น ยังเป็นหัวข้อที่ยังไม่มี ข้อยุติ ว่า สมาร์ทโฟนนั้น มีผลกระกอบกับร่างกายมนุษย์มากแค่ไหน ซึ่งก็มีรายงานหลายตัวทีเดียวที่มีผลขัดแย้งกัน แต่ทั้งนี้ ก็ยังไม่มี ใครสามารถตอบได้เช่นกันว่า ผลกระทบของการใช้สมาร์ทโฟน มีผลกระทบต่อมนุษย์มากแค่ไหน
สำหรับ iPhone นั้น มีการแผ่รังสีในระดับปานกลางนี้ นั้นจริงๆ แล้วมีระดับประมาณนี้ มานานแล้วตั้งแต่รุ่นก่อนหน้า โดย iPhone 4 มีระดับที่ 1.17 w/kg ส่วน iPhone 3GS อยู่ที่ 1.19 w/kg ซึ่งจะเห็นว่าลดลงแล้วสำหรับ iPhone 4S แต่ไม่ได้ลดลงอย่างชัดเจน
สำหรับใครที่กังวลเรื่องการแผ่รังสีของสมาร์ทโฟนนั้น เวลาใช้ iPhone ควรอยู่ห่างจากโทรศัพท์อย่างน้อยๆ 15 มิลลิเมตร ในระหว่างการสนทนา หรือสื่อสารกัน ซึ่งการใช้ชุดหูฟังน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งมันก็น่าจะดีหากคุณจะเก็บโทรศัพท์ไว้ให้ห่างจากการสัมผัสที่ร่างกายโดยตรง
ที่มา : Tawkon, CNN
Friday, July 20, 2012 by GiZMo · 0
อย่างที่รู้กันว่า บริษัทแอปเปิลนั้น ทำกำไร และมีเงินสดอยู่ในมืออย่างมหาศาล และยอดขายของ iPhone และ iPad ก็ถล่มทลายไม่มีตก เรามาดูสถิติตัวเลข ที่น่าสนใจของแอปเปิลกันดีกว่า จัดให้ทั้งแบบ infographic ภาพประกอบเข้าใจง่าย และแบบ videographic
ข้อมูลสถิติเด่นๆ มีดังนี้
- มูลค่ารายได้ของแอปเปิล 12 เดือน แซงหน้า ตัวเลข GDP ของประเทศนิวซีแลนด์ทั้งประเทศ
- รายได้ของบริษัทแอปเปิล 3 ใน 4 ส่วนนั้นมาจากการขาย iPhone และ iPad
- Apple Store สามารถทำรายได้เป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับร้านขายอัญมณีอย่าง Tiffany & Co เป็นตารางฟุต และจะเป็น 7.6 เท่า ถ้าเทียบกับร้านขายอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์อย่าง Best Buy
ที่มา : intomobile
by GiZMo · 0
Friday, July 13, 2012
ช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับ iPad Mini หรือ ไอแพดรุ่น 7 นิ้ว ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มี คนทำภาพเปรียบเทียบ ให้เห็นกันว่า จริงๆ แล้ว iPad Mini ที่ว่ามีขนาดหน้าจอ 7 นิ้วนั้น จะมีขนาดต่างกับ Tablet รุ่น 7 นิ้วอื่น ๆ อย่าง Kindle Fire หรือ Nexus 7 เพราะ iPad Mini จะมีขนาดหน้าจอที่ 7.85 นิ้วนั่นเอง เรียกว่าได้ว่าใหญ่กว่าหน้าจอ tablet 7 นิ้ว ทั่วไปถึง 40% เลยทีเดียว โดย iPad ปกติจะมีขนาด 9.7 นิ้ว หรือจะใหญ่กว่า iPad Mini 50% หรือเกือบ 2 เท่าของ tablet 7 นิ้วทั่วไป
เหตุผลที่ iPad Mini มีขนาด 7 นิ้วกว่า เกือบ 8 นิ้ว ก็เพราะว่าต้องการ คงอัตราส่วนหน้าจอ ให้ใกล้เคียงกับของเดิม เพื่อไม่ให้มีปัญหากับการใช้งานแอพพลิเคชันเดิมนั่นเอง
หน้าตา Home Screen และ App ใน iPad Mini 7.85 นิ้ว
ทางบล็อกเกอร์ Richard Gaywood ได้ลองทำ Mockup ต้นแบบขึ้นว่าถ้า หน้าจอ iPad ย่อขนาดลงมาเป็น 7.85 จริง จะเป็นอย่างไร ? ซึ่งเนื่องจาก หน้าจอที่เล็กลง ไอคอนต่างๆ ก็จะเล็กลงไปด้วย ซึ่งจะมีขนาดใกล้เคียงกับ ไอคอน iPhone นั่นเอง
หน้าตา Home Screen
หน้าตา Pages แอพสร้างเอกสารของ iOS
ที่มา : Gizmodo, iSmashPhone
Friday, July 13, 2012 by GiZMo · 0
Monday, July 2, 2012
5 ปีกับ iPhone กับสถิติที่ผ่านมาขายได้ 250 ล้านเครื่อง ทำรายได้ 150 พันล้านเหรียญสหรัฐ [infographic]
สตีฟ จอบส์ ได้ทำให้โลกตะลึงกับ สมาร์ทโฟนที่คิดใหม่ทำใหม่ ไม่เหมือนใครใน ตลาดช่วงปี 2007 โดยเปิดตัวเดือน มกราคม และจำหน่ายจริงวันที่ 29 เดือนมิถุนายน 2007 มาจนถึงวันนี้ ก็เรียกได้ว่า iPhone มีอายุครบ 5 ปีเรียบร้อยแล้ว สมาร์ทโฟนที่เรียก ได้ว่าขายดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยตก ตั้งแต่ iPhone, iPhone 3G, iPhone 3GS, iPhone 4 และ iPhone 4S เรามาดูข้อมูล สถิติ วีดีโอ ฉลองครบรอบ 5 ปีของไอโฟนกัน
ผ่านมา 5 ปี ไอโฟน นั้นจากผลสำรวจของ Strategy Analytics คาดว่า ไอโฟนน่าจะขายได้ทั้งหมด 250 ล้านเครื่อง และมียอดขายถึง 150 พันล้านเหรียญ หรือเฉลี่ยแล้ว ขายได้ปีละ 50 ล้านเครื่อง ซึ่งเรียกว่า 5 ปีที่ผ่านมาเป็นยุคเฟื่องฟูของ ไอโฟนอย่างแท้จริง
ลสำรวจจาก คาดว่าจากมิถุนายนปี 2007 ถึง มิถุนายนปี 2012 iPhone น่าจะขายได้ 250 ล้านเครื่อง และทำยอดถึง 15,000 พันล้านเหรียญ หรือโดยเฉลี่ยก็ขายได้ปีละ 50 ล้านเครื่อง ซึ่งก็ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของ iPhone ทั่วโลกตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว ไอโฟนสามารถสร้างรายได้ให้กับแอปเปิล คิดเป็น 58% ของรายได้ทั้งของบริษัทแอปเปิลเลยทีเดียว
Monday, July 2, 2012 by GiZMo · 0
Wednesday, May 23, 2012
iOS, Android, Windows Phone, BlackBerry OS ซึ่งมาจากทั้งระบบปิดและระบบเปิด เป็นที่น่าสนใจว่า โอเอสไหน ที่น่าจะมีอนาคตที่สดใสมากที่สุด และโอเอสไหนที่ต้องเร่งปรับตัวก่อนจะกลายเป็นอดีตไป ซึ่งผู้ที่จะกำหนดความเป็นไปมีทั้ง ผู้ผลิต ผู้พัฒนา ผู้ใช้งาน ซึ่งต่างมีผลต่อความอยู่รอดด้วยกันทั้งสิ้น หลายคนอาจจะต้องการทราบว่า Windows Phone จะวางตลาดพร้อมกับโนกียนั้น จะกลับมาเป็นแย่งชิงตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด ได้หรือไม่ iPhone ที่ไม่มี Steve Jobs แล้วจะยังเป็นผู้นำนวัตกรรมต่อไปอีกหรือเปล่า Android จะขยายตลาดไปได้อีกแค่ไหน บีบี จะฟื้นคืนกลับมาหรือไม่
หากเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของโอเอสสำหรับสมาร์ทโฟนของแต่ละตัว ก็ต้องมองในทุกมิติ สำหรับคนสนใจว่า จุดเด่น จุดด้อยของ iOS – Android – Windows Phone – BlackBerry อย่างไรบ้างสามารถดูได้ที่ infographic ท้ายบทความ
iOS
โอเอสระบบปิดของผลิตภัณฑ์กของแอปเปิล ถือว่ามีต้นทุนที่ดีติดลมบนอยู่ในใจผู้ใช้งานไปแล้ว แต่มีการวางรากฐาน และสร้าง ecosystem ให้เกิดขึ้นได้ ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่น่าสนใจ และมี แอพพลิเคชันให้ใช้งานอยู่มากมายมหาศาล ซึ่งการมี App Store และ iTunes ทำให้ระบบ การจัดการแอพพลิเคชัน และระบบลิขสิทธิ์ทำได้ดีกว่าระบบอื่น ๆ ถือว่าเอื้ออำนวยต่อนัก พัฒนาแอพพลิเคชัน และคอนเทนต์
จุดอ่อนของ iOS ก็คือ การใช้งานแอพพลิเคชันไม่สามารถทำได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ต้องเปิดและปิดทีละแอพเท่านั้น ถือว่าไม่รองรับการทำงานแบบ มัลติทาสกิงอย่างแท้จริง ต่างจากแอนดรอยด์ที่สามารถทำได้ ส่วนจุดอ่อนต่อมา เดิมแอปเปิลมี iPhone เป็นหลัก ทำให้หน้าจอมีขนาดเดียว แต่หลังจากนี้ จะเริ่มมีหน้าจอที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งขนาด และความละเอียดของหน้าจอ ทำให้อนาคตการจัดการแอพพลิเคชันในแต่ละขนาด ต้องมีความยุ่งยากมากขึ้น ไม่ใช่ว่าทุกแอพพลิเคชันจะใช้ได้ทุกผลิตภัณฑ์เหมือนเดิม สุดท้ายที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ User Interface ที่ทำออกมาหน้าตา เหมือนเดิมตลอด แม้จะใช้งานง่าย แต่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ สำหรับผู้ใช้ แต่หากจะเปลี่ยนโครงสร้างหน้าจอ อาจจะกระทบกับการรองรับแอพพลิเคชันต่าง ๆ ที่มีอยู่ด้วย
Android OS
แอนดรอยด์ที่สมาร์ทโฟนจำนวนมากหยิบมาใช้ ด้วยความเป็นระบบเปิด ซึ่งได้สร้าง ปรากฎการณ์เปิดตลาดสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นแมส ทำราคาลงได้ต่ำกว่า 5,000 บาท และอนาคตอาจจะฆ่า ฟีเจอร์โฟน ได้ รองรับการทำงานทั้ง สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต จึง คุ้มค่าต่อการพัฒนาแอพพลิเคชันมารองรับ การพัฒนาระบบสามารถทำได้รวดเร็ว เพราะเป็นระบบ เปิด มีแอพพลิเคชันที่หลากหลาย เพราะใครก็สามารถนำเครื่องมือไปใช้งานได้ ยิ่งมี กูเกิลให้การสนับสนุนแนวทางยิ่งชัดเจน
จุดอ่อนของแอนดรอยด์ ที่เห็นชัดก็คือ การรองรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมีขนาดต่างๆ กัน มากเกินไป จนเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชัน และแนวคิดสนับสนุนการ แบ่งปัน ทำให้ระบบลิขสิทธิ์และการเก็บเงินยังทำได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับของ แอปเปิล และด้วยความเป็นระบบเปิดนี่เอง ทำให้สมาร์ทโฟนแบรนด์ใดก็ได้นำไปใส่ในผลิตภัณฑ์
ของตนเองได้ ซึ่งหลายๆ ครั้งก็มีเครื่องไม่ได้มาตราฐานและทำงานได้ไม่สมบูรณ์
Windows Phone OS
วินโดวส์โฟน ของไมโครซอฟท์ที่ร่วมมือกับโนเกีย หน้าจอส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (UI) ลื่นไหลดี การใช้งานคล่องแคล่ว ถือว่ามีความแปลกตา และสวยงาม ดึงดูดสายใจ ให้น่าใช้มาก ๆ ถือเป็นจุดเด่นที่ไมโครซอฟท์พัฒนาออกมาได้ดี้ แต่เหตุผลเดียวที่ Windows Phone จะไม่แจ้งเกิดในไทย ก็คือไม่รองรับการใช้งานภาษาไทย อีกทั้งยังเป็นระบบปิด แม้จะผ่าน มาเป็นปีแล้ว การพัฒนาภาษาไทยก็ยังไม่มี
ด้านการพัฒนาไมโครซอฟท์มีเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชันที่ดีมาก เอื้อต่อการทำงานของนักพัฒนา เครื่องมือทุกอย่างงได้รับการการันตีคุณภาพ หากพนักพัฒนามองตลาดต่างประเทศ และไมโครซอฟท์เปิดให้ใช้เครื่อง
มือในการพัฒนาฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย จะเป็นการขยายตลาดได้เป็ฯอย่างดี
ดังนั้นถ้าไมโครซอฟท์และโนเกียจะกลับมาชิงตลาดได้ ต้อง boost ตลาดมาก ๆ ต้องสร้างการยอมรับจากผู้ใช้อีกครั้ง ซึ่งตัวเครื่องโนเกียถือว่า มีคุณภาพ และ ดีไซน์ที่สวยงามซอต์แวร์และโปรแกรมวินโดวส์โฟน ก็มีมากมาย แอพพลิเคชัน ที่มีอยู่อาจจะไม่มากมาย แต่ก็ครบถ้วน กลุ่มคนใช้จริง ๆอาจจะเป็นสาวกที่เหนียวแน่น กับโนเกีย หรือเป็นเครื่องที่ 3 ต่อจาก iPhone และ Android Phone แต่ในระยะเวลา อันใกล้ยังยากที่จะเป็นเครื่องหลัก
BlackBerry OS
สุดท้ายก็คือ BlackBerry ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นในต่างจังหวัด เพราะสามารถแชตได้ และราคาไม่สูง แต่จุดอ่อนสำคัญคือ BB ฮาร์ดแวร์ไม่นิ่ง หน้าจอขนาดเล็กไม่เหมาะกับการใช้ งานแอพพลิเคชัน การทำหน้าจอทัชกรีนไม่เหมาะกับการพิมพ์แบบเดิม หรือตัว BB OS ไม่รองรับ การพัฒนาแอพพลิเคชันที่หลากหลาย หากยังหาจุดแข็งที่ชัดเจนไม่ได้ ด้วยข้อดึด้านทาง chat และ push mail ที่ปัจจุบัน OS อื่นทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ต่อไป BB จะอยู่ในตลาดได้ยาก
หากพิจารณาระหว่าง iOS ,Windows Phone OS ที่เป็นระบบปิด และ Android OS ที่เป็นระบบเปิดแล้ว ระบบเปิด จะสามารถพัฒนาได้เร็ว ช่วยขยายตลาดผู้ใช้ได้รวดเร็ว เปิดตลาดให้นักพัฒนา แต่อาจมี ทิศทางที่หลากหลายไม่แน่นอน ขึ้นกับหัวเรือใหม่ ส่วนระบบปิด จำกัดการพัฒนาไว้เพียงเจ้าของ ไอเดียเท่านั้น เช่น สตีฟ จอบส์ และบิล เกตส์ ต่อไปจะเห็นการประชันของ 2 ระบบ ว่าใคร จะเป็นผู้ชนะที่ครอบครองพื้นที่ผู้ใช้ และผลกำไรสูงที่สุด
คลิกที่รูป เพื่อดู infographic เข้าใจง่าย ในข้อแตกต่างของแต่ละโอเอส
เรียบเรียงจาก Post Today ฉบับวันที่ 2 พ.ค. 2555
Wednesday, May 23, 2012 by GiZMo · 0
Tuesday, May 22, 2012
วันก่อนคงได้เห็น กองอุปกรณ์ที่ใช้แอนดรอยด์โอเอส ที่บริษัท Animoca ใช้ในการทดสอบแอพพลิเคชันแอนดรอยด์ของตนเองไปแล้ว ว่ามากมาย ขนาดไหน ปัญหา fragmentation ของ Android ที่เกิดจากความหลากหลายของอุปกรณ์มีอยู่จริงๆ แต่ก็ไม่มีใครรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการว่ามันมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
วันนี้เรามาดูแผนภาพที่เก็บสถิติคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์มือถือตาม พื้นที่ต่างๆ โดยผู้สร้างแอพ OpenSignalMap ที่มีผู้ติดตั้งแอพเกือบ 7 แสนอุปกรณ์ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา และนำมาเขียนโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลของอุปกรณ์เหล่านี้
ได้สถิติที่น่าสนใจดังนี้
- อุปกรณ์รวม 3,997 ชนิด โดยมีอุปกรณ์มากถึง 1,363 ชนิดที่พบว่าดาวน์โหลดแอพไปใช้เพียงครั้งเดียว ทีมงาน OpenSignalMaps พบอุปกรณ์แปลกๆ เฉพาะประเทศอย่างมือถือสองซิมในอินเดีย หรือแท็บเล็ตของฮังการี เป็นต้น
- อุปกรณ์ยอดนิยมคือ Samsung Galaxy S II ตามด้วย Galaxy S และ Desire HD
- นับเป็นแบรนด์ผู้ผลิตได้ 599 แบรนด์ (ตัวเลขอาจเพี้ยนเนื่องจากเครื่องที่ลงรอมนอกอาจให้ข้อมูลผิดพลาดได้)
- ซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาด 40% ตามด้วย HTC
- Android เวอร์ชันยอดนิยมยังเป็น 2.3.3+ ครองส่วนแบ่งตลาด 55.4% นับถึงเดือนเมษายน 2012
- ประเทศที่มีผู้ใช้แอพ OpenSignalMaps เยอะที่สุดได้แก่ สหรัฐ บราซิล จีน รัสเซีย เม็กซิโก แสดงให้เห็นว่าประเทศเกิดใหม่มีสัดส่วนแซงยุโรปไปแล้ว
ที่มา : Blognone
Tuesday, May 22, 2012 by GiZMo · 0
Tuesday, May 8, 2012
เรามาดู infographic ภาพแผนผังเข้าใจง่าย ว่าเมื่อ iPhone หายไปแล้ว ส่วนใหญ่คนที่เก็บได้ (แม้จะไม่ใช่โจร) เขามักจะทำอะไรกับไอโฟน ที่เราทำหล่นหายไปบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ เกิน 50% คนที่เก็บโทรศัพท์ได้จะล้วงดูข้อมูลส่วนตัวของเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น รูป, อีเมล, รหัสผ่าน และ ธนาคารผ่านมือถือ
เมื่อป้องกันโทรศัพท์หาย เราควรจะติดตั้ง แอพพลิเคชัน ที่คอยติดตาม ไอโฟนที่หายไป เช่น Find my iPhone ส่วนถ้าเครื่องเจลเบรค ก็สามารถติดตั้ง Cylay หรือ iGotYa แทนก็ได้
เราควรทำอย่างไรบ้างเมื่อ ไอโฟนหาย?
1. ติดต่อเข้าเครือข่ายที่เราใช้อยู่เพื่อระงับการใช้ซิมเบอร์ของเรา
2. ใช้ Find My iPhone เพื่อค้นหาตำแหน่งล่าสุดของ เครื่องที่หายไป
3. เปลี่ยน login และ password ทุกอย่างรวมทั้ง รหัสเข้าอีเมลของคุณ
4. ปิดกั้นการเข้าถึง ไอโฟนที่หายไป กับ facebook และ twitter
5. ทำประกันเครื่องหาย (แต่คงต้องไว้คราวหน้า)
Tuesday, May 8, 2012 by GiZMo · 0
Monday, April 16, 2012
Wednesday, March 28, 2012
แม้ตั้งแต่ iPad 1 จะสนับสนุน 3G ในการเล่นเน็ต จนมาถึง New iPad ที่สนับสนุน เน็ตความเร็วสูงอย่าง 4G LTE แล้วก็ตาม แต่ผลสำรวจ จาก Localytics ผ่าน infographic เข้าใจง่าย ๆ ทำให้เราทราบว่า
มีเพียง 6% เท่านั้น ที่ใช้ผู้ใช้ iPad ท่องเว็บผ่าน เครือข่ายมือถือ (3G, 4G LTE) ถ้าแบ่ง iPad ทั้งหมดแยกตามประเภท คุณสมบัติ การเชื่อมต่อเครือข่าย ก็จะพบว่า เกือบ 90% เชื่อมต่อด้วย Wi-FI แล้วตามมาด้วย 3G เพียง 8% และ 4G LTE น้องใหม่ ที่ 1.5%
ถ้ามาดู iPad รุ่น 3G + WiFi ก็จะพบว่า ผู้ใช้ต่อเน็ตผ่าน WiFi กว่า 55% และต่อ 3G 45% ส่วน New iPad รุ่น 4G LTE + WiFi ก็ ต่อ WiFi สูงถึง 64% และ ใช้ 4G TLE แค่ 36%
ซึ่ง infographic นี้คงช่วยให้ คนที่กำลังตัดสินใจ ซื้อระหว่างรุ่น WiFi only ดี หรือรุ่น 4G LTE +WiFi ดี ว่าซื้ออย่างไหนดี ?
คลิกที่ภาพเพื่อขยายขนาดเต็ม
ที่มา : Localytics
Wednesday, March 28, 2012 by GiZMo · 0
Thursday, March 1, 2012
ทาง The Joy of Tech ทำ infographics สำหรับ iPad 3 ออกมา ยังเป็นสไตล์การ์ตูนกวน(ทีน) เหมือนเดิม ดูกันขำ ๆ ก่อนหน้านี้ The Joy of Tech ก็เคยออกการ์ตูนแซวงานเปิดตัว iPhone 4S มาแล้ว คลิกที่ภาพเพื่อขยายภาพเต็ม
ที่มา : http://allthingsd.com
Thursday, March 1, 2012 by GiZMo · 0
Tuesday, February 28, 2012
![]()
จากที่เว็บข่าวไอทีในต่างประเทศ ต่างก็ฟันธงว่า ไอแพดรุ่นปีนี้ จะเปิดตัว ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ เรียกว่าเหลืออีก สัปดาห์กว่า ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าตาม ข่าวลือ ไอแพด 3 ก็จะมีหน้าจอละเอียดเพิ่มขึ้น 2 เท่า จนเรียกว่าได้ระดับ Retina Display แบบ iPhone 4 / 4S และมีโปรเซสเซอร์ตัวใหม่ที่เร็วขึ้น และมีกล้องที่ความละเอียด อาจจะสูงขนาด 8 Megapixels สเปคมา แบบนี้ ใครกันหละที่กำลังลองซื้อ iPad 3 อยู่
ทางสำนักวิจัย AYTM ได้จัดทำ infographic แผนภาพเข้าใจง่าย แสดงข้อมูลแสดงให้เห็นว่า คนอเมริกา กลุ่มไหน ใครบ้าง ที่กำลัง รอต่อคิวซื้อ ไอแพด 3 อยู่บ้างนะ ซึ่งดูได้จากภาพด้านล่าง (ให้คลิก ที่ภาพเพื่อดูข้อมูลสมบูรณ์)
จาก infographic เราก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่างเช่น
1. เจ้าของ iPad รุ่นเก่า กำลังรอซื้อ iPad 3 อยู่มากกว่า คนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ iPad มาก่อนเลย ถึง 3 เท่า
2. ปัจจัยที่ทำให้อยากซื้อ iPad 3 ก็ได้แก่ 4G (35%), แบตที่อึดขึ้น, กล้องดีขึ้น, โปสเซสเซอร์ เร็วขึ้น (26%), Retina Display (19%), Made in USA (26%)
3. iPad ความจุที่ขายดีที่สุดคือ รุ่น 16GB WiFi only รองมาคือ 32 GB. และ 64 GB.
4. ผู้ใช้ iPad ทั้งหมดมีผู้ใช้รุ่น 3G อยุ่ 30% โดยมีถึง 19% ไม่เคยใช้เน็ตผ่าน ซฺิม 3G เลย
5. ส่วนใหญ่ผู้ใช้ iPad จะโหลด free app ประมาณ 11 apps
6. ผู้ใช้ iPad จะจ่ายเงินซื้อแอพ ประมาณ 0-5 apps
7. ส่วนใหญ่แล้ว iPad จะโหลดแอพ เกมส์เป็นอันดับหนึ่ง เรื่องบันเทิงอันดับสอง และ socail network อันดับสาม
8. ผู้ใช้ iPad จะใช้ตอน อยู่บ้านบนโซฟา หรือบนเตียง, ระหว่างเดินทาง และใช้แทน notebook
เรียงตามลำดับ
เห็นสถิติผู้ใช้ iPad ในอเมริกาแล้ว ข้อมูลประเทศไทย จะใกล้เคียงกันหรือเปล่านะ ?
ที่มา : ijailbreak.com
Tuesday, February 28, 2012 by GiZMo · 0





