Showing posts with label recommend. Show all posts
Showing posts with label recommend. Show all posts

Tuesday, October 22, 2013

dtac ประกาศราคา iPhone 5s, 5c เริ่มต้นที่ 23,650 บาท และ 19,900 พร้อแพ็กเกจ

ดีแทคประกาศราคา iPhone 5s และ iPhone 5c อย่างเป็นทางการแล้ว ค่ายนี้เขาช้าแต่ชัวร์ เป็นปกติ ถึงประกาศราคาช้ากว่าค่ายอื่นอย่าง ไอเอไอส, ทรูมฟูเอช แต่ราคาตัวเครื่อง iPhone 5s นั้นถูกว่าค่ายอื่น (หลักร้อย) พร้อมเผยแพ็กเกจ เริ่มต้นที่ 374  บาท  (ปกติ 499 บาท) โทรได้ 100 นาที จบที่ 949 บาท  (ปกติ 1,199 บาท) โทรได้ 750 นาที

ราคา iPhone 5s dtac


- iPhone 5s (16GB) : 23,650 บาท
- iPhone 5s (32GB) : 27,350 บาท
- iPhone 5s (64GB) : 30,950 บาท

ราคา iPhone 5c dtac

- iPhone 5c (16GB) : 19,900 บาท
- iPhone 5c (32GB) : 23,650 บาท

- iPhone 4s (8GB) : 14,500 บาท

*ทั้งหมดเป็นราคาเครื่องพร้อมแพคเกจ และผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตนาน 10 เดือน

แพ็กเกจ iPhone 5s, 5c dtac

*ค่าโทรส่วนเกินคิด 1.50 บาท/นาที SMS 2 บาท/ข้อความ/เลขหมาย MMS 5 บาท/ข้อความ/เลขหมาย และอินเตอร์เน็ตเมกะไบต์ละ 1.50 บาท

ที่มา : MxPhone

Tuesday, October 22, 2013 by GiZMo · 0

Sunday, October 6, 2013

23 วิธีการปรับแต่งค่าเพื่อประหยัดแบตเตอรี่สำหรับผู้ใช้ iOS 7 ใช้ได้ทั้ง iPhone, iPad, iPod touch [tips & tricks]

original

หลายคนคงชอบกับ iOS 7 โฉมใหม่ แต่ก็เริ่มจะหมดรักเมื่อ iOS 7 ซดแบตเตอร์รี่มากมาย แถม ยังมีการตรวจเช็คสายชาร์จ lightning ของปลอมไม่ให้ชาร์จไฟเข้าง่าย ๆ ซะด้วย ทำให้ iPhone, iPad , iPod touch ของเรา อาจจะใช้ได้ไม่ครบวันดี เรามาปรับแต่งค่าเพื่อช่วยยืดชีวิตแบตเตอร์รี่ให้ ใช้ได้ยาวนานขึ้นกันดีกว่า อันนี้มีเพิ่มเติมจากบทความก่อนหน้านี้พร้อมภาพประกอบ

วิธีการตั้งค่าต่างๆ ใน iOS 7 เพื่อประหยัดแบตไอโฟน

- ปิด Background Acpplication Refresh

ไปที่ Settings > General > Background App Refresh > OFF

143704

iOS 7 มีคุณสมบัติสำหรับแอพต่างๆ ให้สามารถโหลดข้อมูลใหม่ได้ เมื่อมีการต่อ Wi-Fi, 3G โดย ข้อมูลนั้นรวมทั้งพิกัดดาวเทียม (location services) แน่นอนมันซดแบตนั่นเอง แนะนำให้ปิด ฟีเจอร์นี้กัน แต่ถ้าปิดฟีเจอร์นี้ไปแล้ว สำหรับใครที่ใช้แอพนำทาง จะทำให้แอพไม่สามารถเรียกใช้งาน location services เบื้องหลังได้ ดังนั้นใครใช้แอพนำทางบ่อย ๆ อาจจะเลือกปิดเฉพาะแอพที่ไม่จำเป็นแทน


- Turn Off AirDrop when you’re not using it

ไปที่ Control Center > ถ้า AirDrop เปิดอยู่ให้ปิดทิ้ง

143743

AirDrop ฟีเจอร์ส่งไฟล์ข้ามเครื่อง แม้จะสะดวกสบาย แต่การเปิดฟีเจอร์นี้ไว้นาน ๆ จะทำให้เปลือง แบตเพราะ มีการเปิด Bluetooth และ WiFi ที่จะอยู่ในโหมด discovery เพื่อให้เครื่องอื่นค้นหา เครื่องเราเจอ วิธีการปิดก็เรียก Control Center แล้วเลือกปิดที่ AirDrop

- Turn Off Automatic Downloads and Updates

ไปที่ Settings > iTunes & App Store > Automatic Downloads > เลือกปิดทั้งหมด

143701

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ของ iOS 7 นั่นก็คือการอัพเดตแอพให้อัตโนมัติ เราจะได้แอพอัพเดตใหม่เสมอ โดยไม่ต้องไปอัพเดตทีละแอพเอง โดยทั้งหมดนี้จะทำงานเบื้องหลัง แน่นอนว่าถ้าใครมีแอพเยอะ ๆ รับรองกินแบตมากมาย สำหรับใครที่ชอบฟีเจอร์นี้ยังอยากใช้ต่อ ก็แนะนำว่าควรจะปิด Cellular data  และต่อ WiFi ในการใช้ฟีเจอร์นี้แทน

- Brightness

ไปที่ Settings > Wallpapers & Brightness ปรับให้สว่างน้อยลง และปิด Auto-Brightness

143740

ความสว่างหน้าจอนั้นยิ่งสว่าง ยิ่งใช้พลังงานเยอะ แบตก็ยิ่งหมดเร็ว ปรับความสว่างให้น้อยลง และปิด Auto-Brightness เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ให้มากขึ้น ปิดอันหลังนี้ ไอโฟนจะไม่มีการเช็ค ambient light  อีกต่อไป

- Control your Push Notifications

ไปที่ Settings > Notification Center

143709

แม้แอปเปิลจะออกแบบระบบ push notification มาอย่างดีไม่ให้เปลืองแบตมาก แต่เมื่อมีการแจ้งเตือนเข้า หน้าจอก็จะสว่างขึ้น มีเสียงเตือน และเครื่องสั่น ทั้งหมดนี้ทำให้กินแบตได้ และยิ่งเราเปิด push notification มันทุกแอพ ทุกเกม
เป็นสาเหตุให้แบตหมดเร็วขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเลือกเปิด push notification เฉพาะที่จำเป็น และเลือก Alert Style เป็น "None" , ปิด Sounds , ปิด Show in Notifications Center กับแอพที่ไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนทิ้งไป

Disable Email Push

ไปที่ Settings > Mail, Contacts, Calendars > Fetch New Data > Push > OFF

143739

ระบบ Push email นั้นจะมีการส่งอีเมลมาให้ทันที่จากเซิร์ฟเวอร์เมื่อมีเมลใหม่ ดังนั้นใครเมลมาถี่ๆ แบตก็หมดไวตามนั่นเอง ดังนั้นเปลี่ยนมาใช้วิธี fetch email แทนโดยให้ไอโฟน ดึงอีเมล มาตามเวลาที่กำหนด หรือเลือกที่จะเช็คเมลเอง ดีกว่า โดยเลือกที่ "Fetch Manually"

- Frequent Locations

ไปที่ Settings > Privacy > Location Services > System Services (อยู่ล่างสุด)>  Frequent Locations > OFF

143736


ฟีเจอร์ใหม่ใน iOS 7 "Frequent Locations" มีประโยชน์กับ "Today" tab ในหน้า Notification Center
โดยช่วยให้คุณสามารถคำนวนเวลาที่จะถึงสถานที่ ๆ คุณเดินทางบ่อย ๆ ได้ แน่นอนซดแบต ปิดซะ

- Location Services

ไปที่ Settings > Privacy > Location Services > OFF

143734

iOS นั้นด้วยตัวระบบมีการใช้การอ้างอิงตำแหน่งพิกัดดาวเทียม หลายอย่าง ซึ่งการการระบุตำแหน่งนั้น ซดแบตค่อนข้างมาก สำหรับใคร ที่ไม่คิดจะใช้ประโยชน์อะไรกับตรงส่วนนี้ สามารถเลือกปิดได้เลย หรือ เลือกปิด แอพที่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็พอจะช่วยได้

สำหรับใครที่ใช้ แอพ Compass หรือเดินทางบ่อยๆ  อาจจะเลือกเปิด "Compass Calibration", "Settings Time Zone", "Cell Network Search" เอาไว้ก็ได้

- Disable Wi-Fi & Bluetooth when not in range, Turn on Wi-Fi when in range

ไปที่ Settings > Wi-Fi และ ไปที่ Settings > Bluetooth

143754

ถ้าไม่ได้สัญญาไร้สายต่าง ๆ ให้ปิดให้หมด ทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth นอกจากประหยัดแบตแล้ว ช่วยให้ปลอดภัยจากผู้ไม่หวังดีได้อีกระดับหนึ่ง เรียกว่า ใช้เท่าที่จำเป็นก็พอ อย่าเปิดทิ้งไว้ตลอด และตอนนี้ เปิด/ปิด ง่ายผ่านทาง Control Center อีกด้วย สำหรับ iOS 7

- Disable Cellular Data

ไปที่ Settings > Cellular
ไปที่ Settings > Safari > Reading List
ไปที่ Settings > iTunes & App Store

143731

ถ้าคิดว่าไม่ใช้ 3G/EDGE สัญญาณเน็ตจากมือถือ กับบางแอพ หรือบางบริการ ก็ให้ปิดทิ้งไป ไล่ปิดได้ตามต้องการ เมื่อปิดแล้ว  บริการหรือแอพนั้นๆ จะต่อเน็ตเมื่อมีการใช้ Wi-Fi หรือผ่าน Bluetooth แทน

- Reduce Motion

ไปที่ Settings > General > Accessibility > Reduce Motion

143730

สุดยอดเอฟเฟกซ์สามมิติ Parallax effect ทำให้พื้นหลังเป็นสามมิติ ถึงจะสวย แต่ซดแบต ปิดไปได้เลย เปิดเฉพาะตอนโชว์เพื่อน หรือโชว์สาว แทนก็แล้วกัน

-  Dynamic Moving Wallpapers

ไปที่ Settings > Wallpapers & Brightness > Choose Wallpaper

143727

iOS 7 ใส่ Dynamic Wallpaper หรือวอลเปเปอร์ที่ วัตถุในพื้นหลัง  ขยับได้ตามการเคลื่อนไหวเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องใช้พลังงาน จากเซ็นเซอร์และการประมวลผล แม้จะสวยแต่ซดแบต

- Siri

ไปที่ Settings > General > Siri

143724

ปิด Siri ถ้าเราไม่ได้ใช้ เพราะไม่รองรับภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ สำเนียงไทย หรือถ้าใครใช้ Siri บ่อย ๆ ให้ปิดเฉพาะ "Raise to Speak"

-  Spotlight Search

ไปที่ Settings > General > Spotlight Search

143722

spotlight search นั้นมีประโยชน์มาก ๆ ในการค้นหา ข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่อง แต่ถ้าข้อมูลในเครื่องเยอะ ๆ ก็จำทำให้มีการเก็บข้อมูล เยอะ และประมวลผลนานขึ้นด้วย ดังนั้นเหลือรายการค้นหา เฉพาะที่ต้องการเท่านั้น

- Vibrations

ไปที่ Settings > Sounds

การใช้มอเตอร์สั่นเตือน ก็ซดแบตเช่นกัน ปิดตัวนี้ก็ช่วยประหยัดแบตได้ อาจจะเลือกปิดการสั่น เฉพาะบางเบอร์ หรือบางเหตุการณ์ตามต้องการ

- Cellular Data


ไปที่ Settings > Cellular > Enable LTE / Enable 3G

143719

สำหรับพื้นที่สัญญาณบริเวณนั้น 3G / 4G TLE น้อยมาก ไอโฟนจะยิ่ง พยายามติดต่อเสาสัญญาณมากขึ้น ทำให้เปลืองแบตมาก ดังนั้น ถ้าไม่ได้ใช้ 3G/4G ช่วงนั้นปิดไปเหลือแต่ EDGE รับรองว่า ประหยัดแบตไปได้เยอะเชียวหละ

- Auto-Lock
ไปที่ Settings > General > Auto-Lock

 

143716

เลือกไว้ที่ 1 นาทีก็พอ เพื่อช่วยให้ไอโฟนปิดหน้าจอได้เร็วที่สุด แน่นอนว่า หน้าจอดับ แบตก็อึดขึ้น

- Airplane Mode

143715

เมื่อไปในพื้นที่ ๆ ไม่มีสัญญาณมือถือ เช่นป่าเขา กลางเกาะ หรือสถานที่ ๆ ไม่ได้ใช้มือถือเช่น ในโรงภาพยนตร์, ห้องประชุม ให้เปิด Airplane Mode ไปได้เลย เพื่อกันไม่ให้ไอโฟนพยายามค้นหาสัญญาณซึ่งเปลืองแบต

- Turn off iTunes Wi-Fi Sync in iTunes


เลือกปิด Wi-Fi Sync แล้วใช้สายซิงค์กับ iTunes แทน

- Turn off Home Sharing

ไปที่ Settings > Music
ไปที่ Settings > Video

143712

สตรีมมิ่งหนังและเพลง จากเครื่องคอมพิวเตอร์มายัง iPhone นั้นเปลืองแบตเอามาก ๆ ดังนั้นเลี่ยงใช้ฟีเจอร์นี้ประหยัดแบตได้เยอะ

- ล้างเครื่องใหม่


ถ้าเครื่องเจลเบรคมาก่อนหละก็แนะนำให้ล้างเครื่องใหม่เป็น New iPhone แทนที่จะ restore from backup เพื่อล้างไฟล์ขยะ ที่หลงเหลืออยู่

- Equalizer


ไปที่ Settings > Music > EQ

143710


มีบางคนบอกว่า การปิด iPod Equalizer ช่วยยืดอายุแบตได้ แม้ไม่มี ใครพิสูจน์ได้ ปิดไปก็ไม่เสียหลาย

- Limit Ad Tracking

ไปที่ Settings > Privacy > Advertising > Limit Ad Tracking

143706

มีรายงานว่า ปิด limiting ad tracking ช่วยประหยัดแบตได้

สุดท้ายก็คือคอย ปิดการใช้งานแอพที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง อ่านวิธีปิดแอพเบื้องหลังได้ที่นี่  หวังว่าวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้ iPhone ของคุณใช้งานได้ยาวนานขึ้น ลองเลือกปรับแต่ง ตามที่ใช้งานกันได้เลย

ที่มา : iClarified

Sunday, October 6, 2013 by GiZMo · 0

Thursday, October 3, 2013

Control Center : แผงควบคุมเปิด/ปิด Wi-Fi, Bluetooth และอื่นๆ พร้อม วิธีใช้งาน และวิธีปิด [iOS 7 Features]

iOS_7_Control_Center_AirDrop_AirPlay_270x473

iOS 7 นอกจากมีการเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด แล้วยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ อีกมากมาย เรามารู้จักฟีเจอร์ใหม่ใน iOS 7 กันดีกว่า วันนี้ขอนำเสนอ "Control Center" หรือแผงควบคุมการใช้งานเครื่อง ซึ่งเราสามารถควบคุมการใช้งานต่าง  ๆ ที่ใช้ประจำ อย่างเช่น การปิด/เปิด Airplane mode, WiFi, Bluetooth และยังสามารถเรียก ใช้งานอื่น ๆ ที่ใช้ประจำอย่างเช่น เครื่องคิดเลข, กล้องถ่ายรูป, นาฬิกา และ ของใหม่อย่าง การเปิดไฟแฟลช เพื่อใช้เป็นไฟฉาย

Control Center คืออะไร ?

 

Control-Center-Options-iOS-7-575x323
Control Center แบบ Landscape


เป็นแผงควบคุมการทำงานต่างๆ ที่ใช้งานประจำ สำหรับ iPhone, iPad, iPod touch เป็นฟีเจอร์ใหม่ ที่เพิ่มเข้ามาใน iOS 7 จากเดิมที่ต้องเรียกใช้งานผ่าน Settings app ใน iOS 7 สามารถ เรียกใช้งานผ่าน Control center นี้ที่หน้าไหนก็ได้ โดยมีลักษณะเป็นเมนูสไลด์ซ้อนหน้าจอขึ้นมา

Control Center เรียกใช้งานอย่างไร ?

iOS-7-control-center-how-to-323x575

บางท่านอาจจะหา Control Center ไม่เจอ เพราะปกติแล้วจะไม่มีปรากฎให้เห็น เราสามารถเรียก Control Center ที่หน้าไหนก็ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่หน้า Home screen, Lock screen หรือแม้แต่ระหว่างเปิดแอพ หรือเกมอยู่ โดยวิธีการลากนิ้วขึ้นจาก ขอบด้านล่างของหน้าจอ

Control Center ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?

 

iOS-7-Control-Center-on-iPad-575x103
Control Center บน iPad

Control Center นั้นเป็นแผงควบคุม ที่เรามีการเรียกใช้งานบ่อย ๆ ในแต่ละวัน ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว เรื่องของการ ปรับค่า, ปิด/เปิดสัญญาณไร้สาย, เรียกใช้งานแอพต่างๆ  ที่ใช้บ่อยเช่น กล้อง, เครื่องคิดเลข  ซึ่งทั้งหมดมีดังนี้

- ปิด/เปิด

  • Airplane mode
  • Wi-Fi
  • Bluetooth
  • Do Not Disturb mode - เข้าโหมดห้ามรบกวน
  • Orientation Lock - ล็อคไม่ได้หน้าจอหมุนไปมา

- ปรับความสว่างหน้าจอ
- แผงควบคุมเพลง เล่นเพลง, ข้ามเพลง, ปรับเสียงลำโพง, หูฟัง
- เรียกใช้งาน AirDrop และ AirPlay เฉพาะเครื่องรุ่นใหม่ที่รองรับ

- เรียกใช้งานแอพที่ใช้บ่อย

  • เปิดไฟแฟลชใช้เป็นไฟฉาย
  • นาฬิกา
  • เครื่องคิดเลข
  • กล่องถ่ายรูป

การตั้งค่า Control Center และวิธีปิดการใช้งาน

แม้ Control Center จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียกใช้งาน ที่ ใช้ประจำอยู่ทุกวัน ได้ทุกที่ ทุกหน้าจอตามต้องการ แต่บางครั้ง อาจจะ รบกวนตอนเราเล่นเกม หรือใช้แอพ ที่ต้องใช้พื้นที่ ทั้งหน้าจอ ทำให้ บางครั้งอาจจะเผลอเรียก Control Center ขึ้นมาได้โดยไม่ตั้งใจ ให้เราทำตามนี้

IOS-7-Control-Center-Customization-575x510

1. ไปที่ Settings > Control Center
2. เลือกปิดตามต้องการ
2.1 Access on Lock Screen ปิดการใช้งานที่หน้าล็อคกรีน
2.2 Access on Lock Screen ปิดการใช้งานตอนที่เราเล่นเกม หรือใช้งานแอพ ปิดไปแล้วก็จะไม่มี Control Center ขึ้นมากวนใจอีก เรายังสามารถเรียกใช้งานได้ที่หน้า Home Screen ได้ตามปกติ


เพิ่มเติม :
- Download iOS 7.0.2 firmware
- ข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างๆ ใน iOS 7
- บทความเกี่ยวกับ iOS 7 ทั้งหมด

ที่มา : CNET, Gottabemobile

Thursday, October 3, 2013 by GiZMo · 0

Saturday, September 21, 2013

สุดยอดนวัตกรรมใน iOS 7 ไม่ใช่ Flat UI แต่เป็น 3D Parallax effect [iOS 7]

iOS-7-parallax-teaser-001

 

iOS 7 นั้นมีการยกโฉมใหม่ทั้งหมด โดยมีการดีไซน์ที่เป็นแนว Flat style ที่จะเน้นเรียบแบน และความบาง ที่ออกแบบโดยเซียนนักออกแบบอย่าง Jony Ive หนึ่งในหัวเรือของ บริษัทแอปเปิล  หนึ่งในการเปลี่ยนแปลง user interface ของ iOS 7 นั้นมีนวัตกรรมที่น่าสนใจนั่นก็คือ Parallax effect

Parallax effect นั้นเป็น userinterface 3 มิติแบบใหม่ที่ใส่เข้ามาใน iOS 7 ที่ทำให้ โดยทาง Lars Hard ผู้ก่อตั้ง Expertmaker  บริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากประเทศสวีเดนได้ออกมาบอกว่า การที่แอปเปิลได้เปลี่ยนมาใช้ UI แบบสามมิติใน iOS 7 ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่

iOS-7-parallax-teaser-002

ลักษณะของ Parallax effect ก็คือเอฟเฟคที่เราสามารถเห็นได้บนหน้า home screen ที่ยังสามารถเห็นได้ว่ามันยังเคลื่อนไหวและทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีการรัน semi-transparent layer อื่นทับอยู่ เช่น notifications center โดยวิธีนี้สามารถนำไปต่อยอดในการทำฟีเจอร์ที่ซับซ้อนกว่านี้ได้ และวิธีนี้ จำเป็นต้องใช้เซ็นเซอร์บนอุปกรณ์มากมาย
อย่างเช่น gyroscope และ accelerometer sensors ที่เรายังไม่เห็นอุปกรณ์อื่น ๆ นำมาใช้ทุกวันนี้

นอกจากนี้ UI สามมิติจะทำให้มือถือต้องเริ่ม "คาดเดา" สถานการณ์การใช้งานมากกว่าเดิม เช่น ผู้ใช้อยู่สถานที่ไหนหรือกำลังมองอุปกรณ์จากองศาไหน จากเดิมที่มาหน้าที่ฟังคำสั่งของผู้ใช้จากการสัมผัสผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกัน UI ใหม่นี้ยังทำให้ผู้ใช้สามารถพรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูข้อมูลเหล่านั้นด้วยตัวเอง

 

 

ที่มา : Blognone, iDownloadblog

Saturday, September 21, 2013 by GiZMo · 0

Thursday, September 19, 2013

Apple ปล่อย iTunes 11.1 รองรับ iOS 7 พร้อมฟีเจอร์ใหม่ iTunes Radio, Genius Shuffle, Podcast Station [download]

iTunes-11-icon-medium

แอปเปิลปล่อย iTunes 11.1 เวอร์ชั่นใหม่ เพื่อรองรับ iOS 7 และฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างเช่น iTunes Radio, Genius Shuffle, Podcast Stations และ Sync with iOS 7

download_hero

หมายเหตุ : สำหรับผู้ใช้ OS X Mavericks ส่วนของ book library จะย้ายไปอยู่กับ iBooks for Mac แล้ว

มีอะไรใหม่ใน iTunes 11.1?

  • iTunes Radio บริการสตรีมมิ่งเพลง โดยมีสถานีวิทยุกว่า 250 สถานี เป็นบริการฟรีพร้อมโฆษณา และจะปลดโฆษณาทิ้งเมื่อใช้สมัครใช้งาน iTunes Match ทั้งนี้ยังเปิดบริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
  • Genius Shuffle บริการสุ่มเลือกเพลงแบบใหม่ที่ชาญฉลาดขึ้น
  • Podcast Station เราสามารถปรับแต่งสถานี Podcast ที่ชื่นชอบได้เอง โดยจะอัพเดต ตอนใหม่ ๆ มาให้อัตโนมัติ และมีการเชื่อมข้อมูลผ่านการซิงค์ด้วย iCloud ไปยัง Podcast app
  • Sync with iOS 7 รองรับการ Sync เพลง, หนัง และอื่นๆ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ iOS 7

Download iTunes 11.1 for Mac และ Windows

1. ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.apple.com/itunes/download/
2. สำหรับ OS X สามารถไปอัพเดต iTunes ได้ผ่าน Mac App Store โดยกดที่ปุ่ม Check for Updates
3. Download โดยตรง ตามลิงค์ด้านล่างนี้

- iTunes 11.1 for OS X

- iTunes 11.1 for Windows 32 bit

- iTunes 11.1 for WIndows 64 bit

Thursday, September 19, 2013 by GiZMo · 0

Download iOS 7 Final version (11A465) และ iOS 7.0.1 (build build 11A470a) [direct link ลิงค์ตรงโหลดไว]

ios-7-091

แอปเปิลปล่อย iOS 7 (build11A465) สำหรับ iPhone, iPad, iPod touch รุ่นก่อนหน้า และ iOS 7.0.1 (build 11A470A) แยกเฉพาะสำหรับ iPhone 5s และ iPhone 5c  เวอร์ชั่นตัวจริง  สู่สาธารณะเรียบร้อยแล้ว วิธีการอัพเกรดจาก iOS เดิมเป็น iOS 7 สามารถทำได้ผ่านที่ตัวเครื่อง (OTA) โดยไปที่ iPhone แล้วเลือก Settings > General > Softwae Update หรือดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์ ด้านล่างนี้ แล้ว restore firmware ผ่าน iTunes 11.1

อุปกรณ์ที่รองรับ iOS 7

- iPhone 4
- iPhone 4S
- iPhone 5
- iPhone 5c
- iPhone 5s
- iPod Touch Gen 5 (16GB, 32GB, 64GB)
- iPad mini
- iPad 2
- iPad 3
- iPad 4 (iPad with Retina display)

อุปกรณ์ iOS แต่ละรุ่นใช้ ฟีเจอร์ใหม่ iOS 7 อะไรได้บ้าง ?

คลิปที่ภาพเพื่อขยาย

iOS 7 Firmware Direct link

หมายเหตุ : สำหรับเครื่องไทย ให้เลือกเวอร์ชั่น GSM

iPhone:

iPad:

iPad mini :

iPod touch:

iPodTouch(5G) (iPod5,1) 7.0 (11A465)

เพิ่มเติม :
- สำหรับรายละเอียดฟีเจอร์ iOS 7 อ่านที่นี่
- บทความเกี่ยวกับ iOS 7 ทั้งหมด

by GiZMo · 0

Wednesday, September 11, 2013

เปิดตัว iPhone 5c : ร่างแยกของ iPhone 5 ที่ใช้วัสดุโพลีคาร์บอร์เนต ไม่ถูกจริงอย่างที่ลืม เปิดจอง 13 ก.ย. ขายจริง 20 ก.ย.นี้

iphone-5c_01

เรารู้จัก iPhone 5s กันมากขึ้นกันไปแล้ว มารู้จักไอโฟนรุ่นใหม่อีกรุ่นของปีนี้กันต่อดีกว่า กับ iPhone 5c  แน่นอนว่า "c" นั้นย่อมาจาก "Colorful" หรือหลายสีสันนั้นเอง และไม่ใช้ "c-cheap" ตามข่าวลือเพราะราคา iPhone 5c นั้นถูกกว่า iPhone 5s ประมาณ 3,000 บาทต่อรุ่นเท่านั้น สิ่งที่แตกต่างจาก iPhone 5 ก็คือ วัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่องที่เปลี่ยนมาใช้ พลาสติกแทนโพลีคาร์บอร์เนต แทนอะลูมิเนียม ส่วนสเปคข้างใน ก็คือ ๆ กับ iPhone 5 นั่นเอง ส่วนหน้าตานั้น ด้านหน้าแบบ iPhone 5 ด้านหลังแบบ iPod touch 5G เป็น ลูกผสมครึ่ง นั่นเอง และการมาของ iPhone 5c ก็ทำให้ iPhone 5 เลือกจำหน่ายไปโดยปริยาย คล้าย ๆ ตอน iPad 4 มาแล้ว iPad 3 (the New iPad) หายต๋อมไปนั่นเอง

 

iPhone 5c(olor) 5 สีสวยสด

เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็น ไอโฟนสีสดใสแบบนี้ เพราะธรรมดาแอปเปิลจะเล่นแต่สีคลาสสิค 5 สีนี้ ได้แก่ สีฟ้า, สีขาว, สีเขียว, สีชมพูพีช, สีเหลือง

yZ1bdem

 

สเปค iPhone 5c


หลัก ๆ แล้วก็คือ iPhone 5 นั่นเอง เรียกว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น และฟีเจอร์บางอย่างที่มีใน iPhone 5s ก็ไม่ถูกใส่มาใน iPhone 5c นี้ ดังนี้

  • A6 processor แบบเดียวกับ iPhone 5
  • หน้าจอ 4 นิ้ว Retina Display
  • กล้องหลัง 8 MP F/2.4 (เท่า iPhone 5)
  • แรม 1 GB
  • ความจุ 16 GB และ 32 GB

วันจำหน่าย iPhone 5c

เปิดจอง pre-order 13 กันยายนนี้ ส่วนวางจำหน่ายวันที่ 20 กันยายน 9 ประเทศ เช่นเดียวกับ iPhone 5s ได้แก่ สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศษ, เยอรมันฯ, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร  ส่วนประเทศไทย ตามข่าวลือก็ต้นตุลาคม (ไม่มีการยืนยัน)

วีดีโอแนะนำ iPhone 5c

 

บอดี้พลาสติกแต่ก็แข็งแรงนะ

แม้แอปเปิลจะใช้วัสดุ เป็นโพลีคาร์บอร์เนต ที่เป็นพลาสติก แต่ก็เสริมด้วยโครงสร้างโลหะที่ ตัวฝาหลัง เพื่อความแข็งแรง และช่วยเป็นเสาสัญญาณ นอกจากนี้ยังเคลือบผิว ให้ความเงางาม และ ทนรอยขีดข่วน

ไม่ใช่ low-Cost iPhone

 

ios7-e1378839490833

เล่นเอาเงิบ ไปหลายคนที่กำตังค์ รอซื้อไอโฟน ราคาน่าคบ เพราะแอปเปิลขายของถูก ไม่เป็น จากราคาลือ แค่หมื่นต้น ๆ กลายเป็นหมื่นปลาย ๆ ไปซะแล้ว สำหรับราคาในบ้านเราเทียบกับ ฮ่องกง จะไม่ต่างกันมากดังนี้

  • 16GB – HK$4,688 (ประมาณ 18,750 บาท)
  • 32GB – HK$5,588 (ประมาณ 22,350 บาท)

Wednesday, September 11, 2013 by GiZMo · 0

เปิดตัว iPhone 5S : เร็วขึ้นด้วย A7 64-bit, dual LED Flash,กล้องดีขึ้น, Touch ID sensor, เพิ่ม สีทองแชมเปญ ราคาเท่าเดิม เริ่มขาย 20 ก.ย.นี้

iphone-5s-colors

จบไปแล้วสำหรับงานเปิดตัว iPhone 2 รุ่นใหม่ iPhone 5s และ iPhone 5c แอปเปิลก็เผยสเปคและข้อมูล ไอโฟนรุ่นที่ 7 "iPhone 5s" ทั้งหมดแล้ว  แม้ดีไซน์จะ เหมือนกับ iPhone 5 แต่ภายในนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง อย่างเช่นเรื่องของถ่ายภาพ, รองรับ 4G LTE หลายย่านความถี่, ระบบสแกนลายนิ้วมือ (touch id sensor), โปรเซสเซอร์ตัวใหม่ A7 ที่เป็น 64 bit เครื่องแรกของโลก และสีใหม่ สีทองแชมเปญ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ค่อนข้าง เป็นไปตามข่าวลือ ที่หลุดออกมานั่นเอง เรามารู้จักสุดยอดสมาร์ทโฟนตัวใหม่นี้กัน

หมายเหตุ :
สิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ก็คือ แอปเปิลใช้ตัวอักษรตัวเล็ก สำหรับ "s" และ "c"  สำหรับ iPhone 5s และ iPhone 5c แทนที่จะใช้ตัวอักษรใหญ่เหมือน กับ iPhone 4S (ซึ่งตอนนี้ แอปเปิลเปลี่ยนเป็น iPhone 4s แล้ว) สำหรับตัวอักษรห้อยท้ายนี้ แอปเปิลเปลี่ยนแปลงบ่อยเป็น เรื่องปกติ เพราะก่อนหน้าสมัย iPhone 3G S นั้นแอปเปิลมี เว้นวรรคระหว่าง 3G และ S ด้วย

 

สเปค iPhone 5s แบบย่อ (เต็มๆ  ดูท้ายบทความ)

 

RCy1Xr4

  • หน้าจอ 4 นิ้ว Retina Display ความละเอียด 1136×640 พิกเซล
  • สี เทา / เงิน / ทอง
  • ซีพียูตัวใหม่ 64bit Apple A7  (ใหม่!)
  • มีชิปประมวลผลการเคลื่อนไหว Apple M7 (ใหม่!)
  • แรม 1GB
  • กล้อง 8 ล้านพิกเซล F/2.2 พร้อมไฟแฟลชคู่ (ปรับปรุง)
  • กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล F/2.4
  • ความจุ 16/32/64GB
  • มี Wi-Fi dual band/ Bluetotoh 4.0 LE
  • รองรับ 3G/ LTE (สำหรับ 4G LTE รองรับหลายย่าน รวมทั้งประเทศจีน)
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง สำหรับการสนทนาผ่าน 3G หรือเล่นเว็บผ่าน 4G LTE สแตนด์บายได้นาน 250 ชั่วโมง
  • ระบบปฏิบัติการ iOS7 แบบ 64 bit (ใหม่!)

 

ดีไซน์แต่มีสีใหม่ สีทองแชมเปญ

 

gold_iphone_5s_press_large_verge_super_wide

iPhone 5s นอกจากสีเดิมแล้ว นั่นก็คือ สีขาว (silver) และสีดำ (spcae gray) แล้ว iPhone 5s ยังมี สีใหม่นั่นก็คือสีทองแชมเปญ อีกด้วย

A7 Processor แบบ 64 บิต

อีกหนึ่งสิ่งที่ล้ำสมัยที่สุดของ iPhone 5s ก็คือ โปรเซสเซอร์ A7 ที่เป็นสถาปัตยกรรม แบบ 64 บิต ตัวแรกซึ่ง iOS 7 ตัวระบบปฎิบัติการก็รองรับ 64 บิตด้วยเช่นกัน ดังนั้นอนาคตจะมีแอพพลิเคชั่น ที่รัน 64 บิต ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแน่นอน ส่วนแอพแรกที่รองรับ 64 บิต นั่นก็คือ Infinity Blade III เกมสุดยอดกราฟฟิคนั่นเอง ด้วย A7 รองรับ OpenGL ES 3.0 ที่จะทำให้การประมวลภาพได้สมจริงในทุกลายละเอียด

www.apple.com 2013-9-11 10 4 10

 

M7 Processor


แอปเปิลเพิ่มชิปเพิ่มอีกตัว Motion Processor ซึ่งรับภาระในการประมวลผลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เข็มทิศ, acceleometer และ gyeoscope ซึ่งทำให้พัฒนา แอพพลิเคชั่น  ที่ต้องใช้ความเคลื่อนไหวที่แม่นยำ อย่างเช่นแอพสำหรับสุขภาพและกีฬา ซึ่งการใช้ M7 นี้ ทำให้ลดภาระการทำงานของ A7 ซึ่งผลทางอ้อมคือการประหยัดพลังงาน แอปเปิลร่วมมือ กับ Nike ในการออกแอพพลิเคชั่นที่รองรับ M7 ด้วย

กล้องความละเอียดเท่าเดิม แต่มาพร้อมไฟแฟลชคู่

 

iphone-5s_05

แม้ iPhone 5s จะละเอียดเท่าเดิม 8 megapixels แต่แอปเปิลเน้นไปที่ตัวเซ็นเซอร์กล้อง ที่มีพื้นที่ เซ็นเซอร์ใหญ่กว่าเดิม 15% และค่ารูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.2 (ของเดิมคือ F/2.4) และจุดเด่นของกล้องก็คือ ไฟแฟลชคู่ ที่ดวงแรกเป็นแสงโทนเย็น ส่วนอีกดวง เป็นสีโทนอุ่น โดยกล้องจะคำนวนแสงและผสมไฟแฟลชทั้งสองโดย อัตโนมัติ เพื่อช่วยให้การถ่ายภาพเป็นธรรมชาติมากที่สุด

Slo-Mo เทรนใหม่ของการถ่ายภาพเคลื่อนไหว

อีกฟีเจอร์ของกล้องใน iPhone 5s นั้นก็คือการถ่ายภาพต่อเนื่อง (burst mode) ได้สูงสุด 10 ภาพต่อวินาที ให้เราเลือกภาพที่ดีสุด นอกจากนั้นยังสามารถ ถ่ายวีดีโอ 720p ได้ที่ 120 FPS แบบโลว์โมชั่นอีกด้วย

 

ระบบใหม่ Touch ID sensor

rep_5s_fingerprint-100053514-gallery

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เพื่อปลดล็อคเครื่อง ตามข่าวลือ แอปเปิล ใส่ Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือ เข้ามาใน iPhone 5s ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือ  โดยฟีเจอร์นี้ ช่วยให้เราไม่ จำเป็นต้องใส่ pincode อีกต่อไป ในการปลดล็อคหน้าจอ ใช้การอ่านลายนิ้วมือนี้แทน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ซื้อ หนัง เพลง เกม แอพ บน Apple Store และ iTunes Store ได้โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่าน ถือว่าเพิ่ม ความสะดวกให้เรามากขึ้น อันนี้เป็นไปตามข่าวลือคือ  แอปเปิลยังไม่ได้ใช้งาน Touch ID จริงจังมานั้น ยังใช้ แค่ในการปลดล็อค และซื้อของใน iTunes Store เท่านั้น  ยังไม่เป็นระบบ mobile payment อย่างที่หลายคนหวังไว้

ราคาและวันวางจำหน่าย iPhone 5s

iPhone 5s นั้นสำหรับประเทศเรื่องราคา และวันจำหน่ายยังไม่มีประกาศ สำหรับในประเทศกลุ่มแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร,  จีน, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, แคนนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และแคนนาดา เป็น 9 ประเทศกลุ่มแรก ที่จะได้เป็นเจ้าของ iPhone 5s ก่อนใครในวันที่ 20 กันยายนนี้ และแอปเปิล จะทยอย จำหน่ายให้ประเทศอื่นๆ แบ่งเป็นเฟส  ๆ ไปเรื่อย ๆ จนถึงสิ้นปี 2556 จะจำหน่ายกว่า 100 ประเทศ สำหรับประเทศไทย นั้นมีข่าวลือว่าจะจำหน่ายช่วงต้นเดือนตุลาคม

ราคาแบบติดสัญญา 2 ปี

  •     16GB – $199 ประมาณ 6,000 บาท
  •     32GB – $299 ประมาณ 9,000 บาท
  •     64GB – $399 ประมาณ 12,000 บาท

ด้านราคาของ iPhone 5s ถ้าเทียบกับราคาที่ฮ่องกงแล้วใกล้เคียงกับราคาในบ้านเราก็จะมีราคาประมาณนี้

  •     16GB – HK$5,588 (ประมาณ 22,350 บาท)
  •     32GB – HK$6,388 (ประมาณ 25,550 บาท)
  •     64GB – HK$7,188 (ประมาณ 28,750 บาท)

อะไรที่ไม่โผล่มาตามข่าวลือ

แม้จะลือมาบ่อย ๆ แต่หลังๆ ก็เริ่มเงียบ กับหน้าจอแบบใหม่ IGZO อาจจะไปลุ้นต่อกับ iPad 5 และ iPad mini 2 หรืออาจจะไปโผล่ตอน iPhone 6 เลยก็เป็นได้ อีกอย่างนั่นก็คือความจุใหม่ 128 GB ที่มีข่าวลือออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่โผล่มา

 

iPhone 5s full spec :


Finish:

  •     Space Gray
  •     Gold
  •     Silver

Capacity and Price:

    16GB – $199
    32GB – $299
    64GB – $399

Weight and Dimensions:

  •     Height: 4.87 inches (123.8 mm)
  •     Width: 2.31 inches (58.6 mm)
  •     Depth: 0.30 inch (7.6 mm)
  •     Weight: 3.95 ounces (112 grams)

Chips:

  •      A7 chip with 64-bit architecture
  •      M7 motion coprocessor

Cellular and Wireless:

  •     Model A1533 (GSM)*: UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz); GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz); LTE (Bands 1, 2, 3, 4, 5, 8, 13, 17, 19, 20, 25)
  •     Model A1533 (CDMA)*: CDMA EV-DO Rev. A and Rev. B (800, 1700/2100, 1900, 2100 MHz); UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz); GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz); LTE (Bands 1, 2, 3, 4, 5, 8, 13, 17, 19, 20, 25)
  •     Model A1453*: CDMA EV-DO Rev. A and Rev. B (800, 1700/2100, 1900, 2100 MHz); UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1700/2100, 1900, 2100 MHz); GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz); LTE (Bands 1, 2, 3, 4, 5, 8, 13, 17, 18, 19, 20, 25, 26)
  •     Model A1457*: UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1900, 2100 MHz); GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz); LTE (Bands 1, 2, 3, 5, 7, 8, 20)
  •     Model A1530*: UMTS/HSPA+/DC-HSDPA (850, 900, 1900, 2100 MHz); GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz); FDD-LTE (Bands 1, 2, 3, 5, 7, 8, 20); TD-LTE (Bands 38, 39, 40)
  •    802.11a/b/g/n Wi-Fi (802.11n 2.4GHz and 5GHz)
  • Bluetooth 4.0 wireless technology

Location:

  •     Assisted GPS and GLONASS
  •     Digital compass
  •     Wi-Fi
  •     Cellular

Touch ID:

  •     Fingerprint identity sensor built into the Home button

Display:

  •     Retina display
  •     4-inch (diagonal) widescreen Multi-Touch display
  •     1136-by-640-pixel resolution at 326 ppi
  •     800:1 contrast ratio (typical)
  •     500 cd/m2 max brightness (typical)
  •     Fingerprint-resistant oleophobic coating on front
  •     Support for display of multiple languages and characters simultaneously

iSight Camera:

  •     8 megapixels with 1.5µ pixels
  •    ƒ/2.2 aperture
  •     Sapphire crystal lens cover
  •     True Tone flash
  •     Backside illumination sensor
  •     Five-element lens
  •     Hybrid IR filter
  •     Autofocus
  •     Tap to focus
  •     Face detection
  •     Panorama
  •     Burst mode
  •     Photo geotagging

Video Recording:

  •     1080p HD video recording
  •     30 fps
  •     True Tone flash
  •     Slo-mo video
  •     Improved video stabilization
  •     Take still photo while recording video
  •     Face detection
  •     3x zoom
  •     Video geotagging

FaceTime Camera:

  •     1.2MP photos (1280 by 960)
  •     720p HD video recording
  •     Backside illumination sensor

Video Calling:

  •     FaceTime
  •     iPhone 5s to any FaceTime-enabled device over Wi-Fi or cellular
  •     Initiate video calls over LTE, DC-HSDPA, HSPA+, 3G, and 2G
  •     HVGA-resolution (480 by 368) calls over Wi-Fi

Audio Calling:

  •     FaceTime
  •     iPhone 5s to any FaceTime-enabled device over Wi‑Fi or cellular

Audio Playback:

  •     Audio formats supported: AAC (8 to 320 Kbps), Protected AAC (from iTunes Store), HE-AAC, MP3 (8 to 320 Kbps), MP3 VBR, Audible (formats 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX, and AAX+), Apple Lossless, AIFF, and WAV
  •     User-configurable maximum volume limit

TV and Video:

  •     AirPlay mirroring and video out to Apple TV (2nd and 3rd generation)
  •     Video mirroring and video out support: Up to 1080p through Lightning Digital AV Adapter and Lightning to VGA Adapter (adapters sold separately)
  •     Video formats supported: H.264 video up to 1080p, 60 frames per second, High Profile level 4.2 with AAC-LC audio up to 160 Kbps, 48kHz, stereo audio in .m4v, .mp4, and .mov file formats; MPEG-4 video up to 2.5 Mbps, 640 by 480 pixels, 30 frames per second, Simple Profile with AAC-LC audio up to 160 Kbps per channel, 48kHz, stereo audio in .m4v, .mp4, and .mov file formats; Motion JPEG (M-JPEG) up to 35 Mbps, 1280 by 720 pixels, 30 frames per second, audio in ulaw, PCM stereo audio in .avi file format

Power and Battery:

  •     Built-in rechargeable lithium-ion battery
  •     Charging via USB to computer system or power adapter
  •     Talk time: Up to 10 hours on 3G
  •     Standby time: Up to 250 hours
  •     Internet use: Up to 8 hours on 3G, up to 10 hours on LTE, up to 10 hours on Wi-Fi
  •     Video playback: Up to 10 hours
  •     Audio playback: Up to 40 hours

Sensors:

  •     Three-axis gyro
  •     Accelerometer
  •     Proximity sensor
  •     Ambient light sensor
  •     Fingerprint identity sensor

In the Box:

  •     iPhone 5s with iOS 7
  •     Apple EarPods with Remote and Mic
  •     Lightning to USB Cable
  •     USB Power Adapter
  •     Documentation

วีดีโอแนะนำ iPhone 5s

by GiZMo · 0

Friday, August 16, 2013

Apple ปล่อย iOS 7 beta 6 (build 11A4449d) ให้นักพัฒนาแล้ว

iosbeta6

แอปเปิลทำเซอร์ไพร์ส ปล่อย iOS 7 beta 6 ออกมาให้กับนักพัฒนาเรียบร้อยแล้ว จากเดิมที่ จะปล่อยช่วงวันจันทร์ (ตามเวลาสหรัฐ) โดย สำหรับเบต้านี้ น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ปรับแต่งไม่มากแล้ว คงเน้นที่การแก้ไขปัญหา และบัก ต่างๆมากกว่า โดยจากเลข build นั้น ต่างกันที่ตัวอักษรด้านหลัง จาก beta 5 ที่เป็น "11A4449A" เป็น "11A4449D" อีกทั้งขนาดไฟล์ผ่าน Software Update นั้น มีขนาดเพียง 13.5 MB สำหรับ iPhone 5  ดังนั้นตัวทดสอบนี้น่าจะเข้าขั้นเสถียรมากในระดับหนึ่งแล้ว

มีอะไรใหม่ใน iOS 7 beta 6 ?

 

iosdevcenter


จากข้อมูลใน iOS Developer Center ระบุไว้ว่า แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ iTunes in the Cloud ส่วน รายละเอียดอื่นๆ  ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

iOS 7 นั้นมีกำหนดคร่าว ๆ จะปล่อยให้ใช้กันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในสหรัฐฯ หรือช่วงประมาณเดือน กันยายน - ตุลาคมของปีนี้ สำหรับ iOS 7 นั้นจุดเด่นอยู่ที่ การยกเครื่องแปลงโฉมการออกแบบ หน้าตาส่วนผู้ใช้ (UI) ใหม่ทั้งหมด และตามธรรมเนียมแล้ว แอปเปิลจะปล่อย iOS 7 ในเวลา ไล่เลี่ยกับ iPhone รุ่นใหม่นั่นเอง

Friday, August 16, 2013 by GiZMo · 0

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
All Rights Reserved iPhoneAppTube | Blogger Template by Bloggermint