Monday, June 11, 2012

WWDC 2012 Live Blog รายงานสดงาน WWDC 2012 พร้อมเปิดตัว iOS 6

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับการเริ่มงานใหญ่ประจำปีช่วงครึ่งปีของทางบริษัท Apple กับงาน WWDC 2012 ซึ่งจะเริ่มงานวันที่ 11 มิถุนายน (ช่วงหลังเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่ 12 มิ.ย. ตามเวลาไทย) จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน ที่ ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในงาน WWDC 2012 จะมีการเปิดตัว iOS 6 และ Mac OS X Mountain Lion และคาดว่าจะมี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือบริการใหม่อื่น ๆ อีกด้วย ตอนการเริ่มรายงาน(เกือบ)สด ย้อนเวลา ไปดูงาน WWDC ปีที่ผ่าน ๆ มาฆ่าเวลาก่อนครับ

 

02:19 Tim Cook กล่าวสรุปจบ งาน -- ขอบคุณที่ติดตามครับ --

 

02:15 iOS 6 ก็มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่หลายอย่างทีเดียว ซึ่ง มีอีกหลายฟีเจอร์ ที่ยังไม่ได้แสดงสาธิตในงานนี้ แต่บางอย่าง
ก็ที่น่าจะมีได้แล้ว ก็ยังไม่มีเข้ามาอย่าง multitasking ที่ ดีกว่านี้ หรือ ปุ่มเปิด/ปิด Wi-Fi , BT ที่ Notification ก็ยัง
ไม่ใส่เข้ามา และตามข่าวลือคือ ไม่รองรับ iPad 1  และ iPod Touch 3G แต่ยังรองรับ iPhone 3GS ( เตรียมขายพี่จีนเต็มที่ เพราะใส่ Feature ภาษาจีนไว้เพียบ)

iOS 6 มี Lost mode  เมื่อโทรศัพท์หายก็ส่ง หมายเลขให้คน ที่เก็บได้ติดต่อกลับเราได้ โดยการแค่แตะหน้าจอ ก็โทรออกมา ให้เราได้เลย

 

02:07 นอกจากนั้น แผนที่รองรับ 3 มิติ (Fly Over) ซึ่งไหลลื่น   มีการนำทางแบบ Quick Route และสามารถใช้งานได้แม้ อยู่ที่หน้า Lock Screen และสามารถใช้งาน Siri ได้ด้วย เช่นให้หา ปั๊มน้ำมันที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง หรือสอบถาม
ว่าใกล้จะถึงหรือยัง ? ภายในกี่นาที

 

2:01 มาแล้วกับ Maps app  แน่นอนแล้วว่า ยกเลิกใช้ Google Maps มีข้อมูล ธุรกิจกว่า 100 ล้านบริษัท มี Traffice View มี สภาพการจราจร และมาพร้อมกับ Turn-by-Turn Navigation แปลว่าเราสามารถ สั่งให้ Maps ใน iOS 6
นำทางให้เราได้

2:00 แอปเปิล มองลูกค้าทุกกลุ่ม พวกทั้งกลุ่ม เด็กพิเศษ ที่เป็นออทิสติก ด้วยการออก Single-app mode เพื่อ
กันไม่ให้เด็กกดไปแอพอื่น

01:53  ตามข่าวลืออีกเช่นกัน ออก organize app ที่เรียกว่า Passbook ไว้สำหรับ เก็บข้อมูลสำคัญ อย่าง boarding pass ไว้ขึ้นเครื่องบิน, หรือ การ์ดห้างต่าง ๆ รวมทั้งตั๋วหนัง

01:52 เพิ่ม Mail VIP หรือรายชื่อที่ให้เราให้ความสำคัญ จะมีดาวขึ้น ให้ใน Mailbox สามารถใส่รูป หรือวีดีโอ ได้จากในตัวส่งเมลเลย ไม่ต้องไปกดที่ photo app แล้ว

1:46  Photo Stream ปรับปรุงให้สามารถส่งรูปไปให้เพื่อนได้ เลือกรูป เลือกเพื่อน ส่ง เพื่อนจะได้รับการแจ้งเตือน และโผล่ไปในอัลบั้มของเพื่อน เขาสามารถ comment และกด like ให้เราได้ด้วย (ตามข่าวลือเป๊ะ) ดูแอปเปลพยายาม ทำ social network ในแบบของตัวเอง

01:42 ใส่มาเช่นกันกับ iCloud Tab ใน Safari (ตามข่าวลือ) , รองรับ Offline reading แล้ว,  สามารถอัพโหลดรูปได้ผ่าน Safari แล้ว (มาสักที), Smart App Banner, เล่น Full Screen mode ตอนหน้าจอแนวนอน

01:41 ต่อไป ทุกระบบของแอปเปิล จะรองรับ การใช้งาน FaceTime และ iMessage ผ่าน เบอร์โทร และอีเมล (Apple ID)

01:39 มาสักทีกับ FaceTime ผ่าน 3G / 4G LTE

ตั้งช่วงเวลาการปิด การแจ้งเตือนได้ด้วย

1:37 มาตามข่าวลือ กับปุ่ม Do Not Disturb ปิด Notification  ทุกอย่าง ไม่ให้มากวน

01:31 ปรับปรุง Phone app ให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ใส่รูปได้แล้ว เลือกไม่ตอบแล้วส่ง SMS ไปแทน หรือให้เตือนตอนหลัง  ตอบ SMS มีข้อความให้เรียบร้อย แค่กด ก็จบเลย จะให้แจ้ง เตือน โทรกลับภายหลัง ตามช่วงเวลาได้ด้วย สะดวกจริงๆ

01:31 สิ่งที่หลายคนรอคอย Facebook รวมอยู่ใน iOS 6  การใช้งานคล้าย twitter + iOS 5 นั่นเอง แต่ที่เพิ่มมา
คือ สามารถ tweet และ facebook ที่ notification center ได้เลย (เยี่ยม!)

1:29  Siri เธอไปเรียนภาษามาอย่างหนัก สามารถเข้าใจได้หลายภาษามากขึ้น แต่รู้สึกไม่มีภาษาไทย

 

01:26 ฟีเจอร์ใหม่ก็คือ Eyes Free เราสามารถด้วยการสั่ง tweet ได้ด้วยการส่งด้วยเสียง ผ่านไอโฟน  ซึ่งมีการ ร่วมมือกับ ผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้าด้วย ที่จะมีปุ่มเรียกใช้งานน้อง Siri

 

01:22 Siri แสดงคำตอบเกี่ยวกับ ภาพยนตร์ได้ด้วย โดยเอา ข้อมูลมาจาก Rottentomatoes.com เว็บวิจารณ์หนังชื่อดัง สามารถ ให้แสดงหนังตัวอย่างหนังได้แล้ว รวม ๆ แล้วส Siri ทำงานได้ มากขึ้นหลายอย่างนั่นเอง โดยที่น่าสนใจมากสุดก็คือ สามารถ เรียกแอพให้ทำงานได้แล้ว

1:18  เปิด iOS 6 ด้วย Siri หลัก ๆ ก็โชว์ว่า สิริฉลาดมากขึ้น หลังจาก เริ่มใช้งานมากว่า  8 เดือน อย่างเช่นในเรื่องของ กีฬา

1:15 ความสำเร็จของ iOS ในแง่ของความพึงพอใจลูกค้า ผู้ใช้ twitter เพิ่มขึ้น 3 เท่า รูปเกือบครึ่งส่งไปทวิตเตอร์ผ่าน iOS 5

1:13 ถึงเวลา iOS 6 แล้ว  เปรียบเทียบระหว่าง iOS และ Android ที่จุดเด่นของ iOS ที่ สามารถอัพเกรดได้อย่างรวดเร็ว ผิดกับ Android ที่ตอนนี้  ค่อนข้างแตก

01:12 ราคาอัพเกรดเพียง $19.99 หรือประมาณ หกร้อยกว่าบาทเอง

01:11 มีฟีเจอร์เอาใจ ประเทศจีนด้วย

01:10 Mac OS X Mountain Lion มีฟีเจอร์ใหม่กว่า 200 ฟีเจอร์ ตัวหลัก ๆ ก็มาจาก iOS นั่นเอง

01:07 โชว์เล่นเกมแข่งกัน ระหว่าง iPad และ MAC OS X

01:06 รองรับ Game Center ที่สามารถข้ามแพลตฟอร์ม จาก iOS ไปยัง Mac OS X ได้

01:04 มี AirPlay Mirroring ส่งภาพออกไปใช้อุปกรณ์ที่รองรับ AirPlay

01: 02 สามารถ silent automatic update

00 : 59 และตามข่าวลือก็คือจะมี iCloud Tab สำหรับ Safari ด้วย และมีการรองรับการแชร์ผ่าน twitter ซึ่งหน้าตาประมาณเดียวกับ ใน iOS

00:57 Safari Browser ตัวใหม่ ที่เร็วขึ้น

00:56 และใส่ Dictation ให้ด้วยสำหรับ Mac OS X

00:54 ตามมา ก็คือ Notification Center

 

00:53 เวลาสาธิตฟีเจอร์ใหม่อย่าง Message, Reminder


00:51 รวมทั้ง การสนับสนุนไฟล์เอกสาร (document) ผ่าน iCloud for Mac OS X ซึ่งทำให้การทำงาน ข้ามเครื่องเป็นไปได้สะดวก มากขึ้น

 

00:47 iCloud  ตอนนี้มีผู้ใช้แล้ว 125 ล้านคน ซึ่งสำหรับ Mac OS X Mountain  Lion ตัวใหม่จะมี Messages, Reminders และ Notes เพิ่มมา ตามข่าวลือ

00:46 สรุปแล้ว จะมี 2 สเปคก็คือ MacBookPro ที่เป็นรุ่นเก่า ที่อัพเกรดภายใน และ MacBookPro โฉมใหม่ที่สเปคเทพสุด ๆ ที่มาพร้อมหน้าจอ Retina Display

00:44 MacBook Pro ที่มาพร้อม Retina Display ขายอยู่ที่ $2199  (ประมาณ 6 หมื่น เกือบ 7 หมื่นบาท)

wwdc-2012_121

00:41 มี Adapter สำหรับ Thunderbolt ไปเป็น Firewire800 และ Thunderbolt ไปเป้น Gigabit Ethenet, Backlit Keyboard, Wi-Fi 802.11n, Bluetooth 4

wwdc-2012_118

00:40 มาพร้อม SD, HDMI (ครั้งแรกสำหรับ Mac), Thunderbold และ USB 3 สองช่อง และช่อง MagSafe 2

wwdc-2012_116

wwdc-2012_113

wwdc-2012_112

00:37 MacBook Pro ตัวใหม่ Quad-core i7 up to 37GHz. Up to 16GB of RAM มาพร้อมชิพกราฟฟิค nVIDIA GPUS ตัวใหม่  และจัดหนัด ใส่ internal storage มากถึง 768 GB  สามารถใช้ได้ 7 ชั่วโมง (แบตเตอร์รี่)
ถ้า standby ใช้ได้นาน 30 วัน

apple-wwdc-2012-_0717

00:35 แน่นอน แอพพลิเคชัน ก็อัพเดต เพื่อรองรับ Retina Display ของ MacBook ตัวใหม่นี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Final Cut, iPhoto, Apature, Photoshop, AutoCAD รวมทั้ง Diablo III ???

f1339435777
applewwdc2012liveblog3572

apple-wwdc-2012-_0701

00:33 หน้าจอละเอียดขึ้น 4 เท่า ทั้งข้อความ รูปภาพ

apple-wwdc-2012-_0694

apple-wwdc-2012-_0698

00:30 หน้าจอ 15.4" ใช่แล้วมันคือ หน้าจอ ระดับ Retina Display หน้าจอที่ ละเอียดที่สุดสำหรับ Notebook ในขณะนี้ ความหนาแน่น pixel อยู่ที่ 220 ppi ความละเอียด 2880x1800


wwdc-2012_091

wwdc-2012_088

wwdc-2012_074

00: 29 Next Generation MacBook Pro ที่ทั้งบางและเบา หนาเพียง 0.71 นิ้ว ซึ่งบางลงถึง 25% ซึ่งก็บางพอ ๆ กับ MacBookAir หนักเพียง 4.46 Pounds

wwdc-2012_072

00:27 มีผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย

 

wwdc-2012_061wwdc-2012_069

wwdc-2012_068

00 : 24 Spec MacBook Pro

wwdc-2012_061

00 : 22  สเปค MakBookAir 13 นิ้ว เริ่มขายวันนี้เลย

wwdc-2012_056wwdc-2012_053

119813a1-ccb2-47a1-a5b2-84f44571d50d0141bfe6-e310-4af6-9ce1-e0a056f999b2

00:18  มาแล้วสเปค MacBook Air  Ivy Bridge Turbo Boost up to 3.2Ghz, up to 8GB of 1600Mhz memory USB 3.0 ใช้ SSD 512 GB ให้ความเร็วถึง 500 MBps  ซึ่งเร็วว่า Hard disk ทุกรุ่นที่มี กล้องเป็น FaceTime HD Camera

 

wwdc-2012_047

00:16 Phil Schiller ขึ้นเวทีแล้ว เครื่อง Mac , Mac OS X Mountaina Lion, iOS 6 มาครบ

wwdc-2012_040

00:13  กล่าวถึง iPad กับแอพสำหรับการศึกษา สำหรับเด็ก

apple-wwdc-2012-_0567

 

00:10 โชว์วีดีโอตัวอย่างของ แอพที่หลากหลาย อย่างเช่นแอพนำทางสำหรับคนพิการทางสายตา  , แอพสำหรับการศึกษากายวิภาค

0df076fb-f40f-4dc2-bfe8-477ef3b2a98f

00:05  กล่าวความสำเร็จของแอปเปิล มี iTunes Account ที่ผูกบัตรเครดิตกว่า 400 ล้านหมายเลข 225,000 แอพสำหรับ iPad และมียอดดาวน์โหลด 3 หมื่นล้านครั้ง รองรับ 155 ประเทศ จ่ายเงินให้ผู้พัฒนาไปกว่า 5 หมื่นล้าน

wwdc-2012_015

00:03 Tim Cook ขึ้นเวทีแล้ว กล่าวเปิดงาน และแจงรายละเอียดของงาน WWDC 

wwdc-2012_007

00:01 เปิดตัวด้วย Siri มากล่าวเปิดงาน “Hello, welcome to WWDC! I was asked to warm up the crowd, which will be easy because it’s 75 degres.”

wwdc-2012-pre-4

23:47 ทุกคนเริ่มเข้ามาในงานแล้ว

wwdc-2012-hero

23:32 สถานที่จัดงาน Mascone Center ที่ ซานฟรานซิสโก ตอนนี้เหล่าผู้สื่อข่าว และนักพัฒนาทั้งหมด ก็เข้ามาในงานแล้ว อีกสักพักคงได้เริ่มงาน

0 Responses to “WWDC 2012 Live Blog รายงานสดงาน WWDC 2012 พร้อมเปิดตัว iOS 6”

Post a Comment

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...
All Rights Reserved iPhoneAppTube | Blogger Template by Bloggermint